คำว่า ความเข้าถึงคืออุปาทาน ความว่า การเข้าถึง การยึด การถือ ที่เป็นไปโดยนัยมีอาทิว่า "เราทำกรรมนี้ให้เป็นปัจจัยแก่ภพแล้ว จักเสพกามในฐานะชื่อโน้น จักขาดสูญ" ดังนี้อันใด นี้ชื่อว่าอุปาทาน.

คำว่า เจตนาคือภพ ได้แก่ เจตนาที่เป็นไปในที่สุดแห่งกรรมที่ประกอบ ชื่อว่าภพ พึงทราบเนื้อความนี้ด้วยประการฉะนี้.

คำว่า ในปัจจุบันมีผล ๕ ได้แก่ ภวจักรมีวิญญาณเป็นต้นมีเวทนาเป็นที่สุดมาในพระบาลีนั้นแหละ เหมือนอย่างที่พระธรรมเสนาบดีสารีบุตรกล่าวว่า ในอุปปัตติภพนี้ ปฏิสนธิคือวิญญาณ ๑ ความก้าวลงคือนามรูป ๑ ประสาทคืออายตนะ ๑ ความถูกต้องคือผัสสะ ๑ ความเสวยอารมณ์คือเวทนา ๑ ธรรมทั้ง ๕ เหล่านี้มีในในอุปปัตติภพนี้ เพราะกรรมที่ทำไว้แล้วในกาลก่อนเป็นปัจจัย ด้วยประการฉะนี้. ในธรรม ๕ นั้น คำว่า ปฏิสนธิคือวิญญาณ ที่ท่านกล่าวว่า ชื่อว่าปฏิสนธิ เพราะความเกิดขึ้นด้วยอำนาจความสืบต่อในภพอื่น ดังนี้อันใด นั้นชื่อว่าวิญญาณ.

คำว่า การก้าวลงคือนามรูป ความว่า การหยั่งลงในครรภ์ของรูปธรรมและอรูปธรรมเป็นเหมือนมาแล้วเข้าไปอันใด นี้เรียกว่านามรูป. คำว่า ประสาทคืออายตนะ นี้ กล่าวไว้ด้วยอำนาจอายตนะ ๕ มีจักขวายตนะเป็นต้น. คำว่า การถูกต้องคือผัสสะ ได้แก่ การถูกต้องแล้วหรือกำลังถูกต้องซึ่งอารมณ์อันใด นี้เรียกว่าผัสสะ. คำว่า ความเสวยอารมณ์ คือเวทนา ได้แก่การเสวยวิบากซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับปฏิสนธิวิญญาณ หรือผัสสะที่มีสฬายตนะเป็นปัจจัยอันใด นั้นเรียกว่าเวทนา

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๖๒๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “สังขารเกิดเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย”