แม้โอปปาติกสัตว์ผู้เกิดในที่มีขาทนียะและโภชนียะอันวิบากตกแต่งไว้ตามปรกติ เมื่อถือเอาอาหารเหล่านั้นกลืนกินอยู่ พอโอชาตกถึงที่เป็นที่ตั้งอยู่ ก็ยังรูปให้ตั้งขึ้น. โอปปาติกสัตว์บางตนเกิดในป่าไม่มีข้าวและน้ำมีความหิวโหยมากจึงเอาลิ้นตะล่อมเขฬะกลืนเข้าไป พอโอชาตกถึงที่เป็นที่ตั้งอยู่ของโอปปาติกสัตว์นั้นก็ยังรูปให้ตั้งขึ้นแม้ในที่นั้น ด้วยอาการอย่างนี้ ในบรรดารูป ๒๕ โกฏฐาส (ส่วน) รูป ๒ อย่างคือ เตโชธาตุและกพฬิงการาหารเท่านั้น ย่อมยังรูปให้ตั้งขึ้น แม้ในอรูป (คือนามธรรม) เล่า ธรรมคือจิตและเจตนากรรม ๒ เท่านั้นย่อมยังรูปให้ตั้งขึ้น.
ในบรรดารูปธรรมและนามธรรมเหล่านั้น รูปเป็นสภาพทุรพลในอุปาทขณะและภังคขณะ เป็นสภาพมีกำลังในขณะตั้งอยู่ เพราะฉะนั้น รูปที่มีกำลังนั้นจึงให้รูปตั้งขึ้นในขณะแห่งการตั้งอยู่ (ฐีติขณะ). จิตเป็นสภาพทุรพลในขณะตั้งอยู่ (ฐิติขณะ) และในภังคขณะ มีกำลังในอุปาทขณะทีเดียว เพราะฉะนั้น จิตนั้นจึงยังรูปให้ตั้งขึ้นในอุปาทขณะเท่านั้น. เจตนากรรมดับไปแล้วจึงเป็นปัจจัยได้. เพราะกรรมที่บุคคลกระทำไว้แล้วในอดีตแม้ในที่สุดแสนโกฏิกัปก็เป็นปัจจัยในบัดนี้ได้ กรรมที่ทำในบัดนี้ก็จะเป็นปัจจัยในอนาคตแม้ในที่สุดแสนโกฏิกัปแล.
พึงทราบขันธ์ ๕ โดยการเกิดก่อนและหลังดังพรรณนามาฉะนี้. ว่าโดยกำหนดกาลของขันธ์ ๕
คำว่า โดยกำหนดกาล นี้ ถามว่า รูปตั้งอยู่นานเท่าไร อรูป (นาม) ตั้งอยู่นานเท่าไร?
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที