ด้วยอาการอย่างนี้ พึงทำภวังคจิตดวงที่ ๒ (ปฏิสนธิจิตเป็นที่ ๑) ประกอบกับจิตดวงที่ ๑๗ ของตนๆ นั่นแหละแล้วขยายนัยไป. จิต ๑๖ ดวงมีกรรมชรูปดวงละ ๓ รวมกรรมชรูป ๔๘ รูป ด้วยประการฉะนี้. นี้ชื่อว่าประเพณี คือเชื้อสายของกรรมชรูป ๔๘ รูป. ก็ประเพณีคือเชื้อสายของกรรมชรูป ๔๘ รูปนี้นั้นย่อมเป็นไปแม้แก่ผู้กำลังเคี้ยวกิน แม้แก่ผู้บริโภค แม้แก่ผู้หลับ แม้แก่ผู้ประมาททั้งกลางคืนและกลางวัน เหมือนกระแสแห่งแม่น้ำกำลังเป็นไปอยู่ฉะนั้นแล.
พึงทราบความที่ขันธ์ ๕ มีการเกิดขณะเดียวกัน ดับต่างขณะกันอย่างนี้. ____________________________ ๑- กรรมชรูปดวงสุดท้ายนั้น คือนับกรรมชรูปตั้งแต่ปฏิสนธิจิตไป ๑๗ ขณะจิตภังคขณะของจิต ดวงนี้ดับพร้อมกับกรรมชรูป (ดูปริเฉท ๔ นามวิถีและรูปวิถี). ว่าด้วยการเกิดต่างขณะดับขณะเดียวกัน
ความที่ขันธ์ ๕ เกิดต่างขณะดับขณะเดียวกัน บัณฑิตพึงแสดงด้วยกรรมชรูปซึ่งเกิดหลังปฏิสนธิจิต ในบรรดากรรมชรูปเหล่านั้น เมื่อมีวาระจิต ๑๖ ดวงในที่สุดแห่งอายุสังขาร ก็พึงประกอบกรรมชรูปเป็น ๒ พวก คือกรรมชรูปที่เกิดกับจิต ๑๖ ดวงข้างต้นกับกรรมชรูปที่เกิดกับจิต ๑๖ ดวงข้างปลาย รวมเป็นอันเดียวกัน คือกรรมชรูป ๓๐ ถ้วนที่ตั้งขึ้นในอุปาทขณะของปฐมจิตในกรรมชรูปที่เกิดกับจิต ๑๖ ดวงข้างต้น ย่อมดับในอุปาทขณะของปฐมจิตในกรรมชรูปที่เกิดกับจิต ๑๖ ดวงเบื้องปลายนั่นแหละ.
กรรมชรูป ๓๐ ถ้วน ที่ตั้งขึ้นในฐิติขณะแห่งปฐมจิตเบื้องต้น ย่อมดับไปในฐิติขณะของปฐมจิตเบื้องปลายนั่นเอง. กรรมชรูป ๓๐ ถ้วนที่ตั้งขึ้นในภังคขณะของปฐมจิตเบื้องต้น ย่อมดับไปในภังคขณะของปฐมจิตเบื้องปลายเหมือนกัน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที