คำว่า ทนฺตา คือ กระดูกฟัน ๓๒ ซี่ สำหรับผู้มีฟันบริบูรณ์. แม้ฟันเหล่านั้นว่าโดยสี ก็มีสีขาว. ว่าโดยสัณฐาน มีสัณฐานมิใช่น้อย.

จริงอยู่ บรรดาฟันเหล่านั้น ฟัน ๔ ซี่ตรงกลางฟันแถวล่างก่อน มีสัณฐานดุจเมล็ดน้ำเต้าที่เขาปักเรียงกันไว้ที่ก้อนดินเหนียว. สองข้างฟันกลาง ๔ ซี่นั้น ฟันข้างละซี่ มีรากเดียว มีปลายเดียว มีสัณฐานดังดอกมะลิตูม. ถัดจากนั้น ฟันข้างละซี่ มีราก ๒ มีปลาย ๒ มีสัณฐานดังไม้ค้ำยานน้อย (เกวียน). ถัดไป ฟันข้างละ ๒ ซี่ มีราก ๓ มีปลายก็ ๓. ถัดไป ฟันข้างละ ๒ มีราก ๔ มีปลาย ๔. แม้ฟันแถวข้างบน ก็นัยนี้นั่นแหละ. ว่าโดยทิศ เกิดในทิศเบื้องบน. ว่าโดยโอกาส ตั้งอยู่ที่กระดูกกรามทั้ง ๒. ว่าโดยปริจเฉท ข้างล่างกำหนดด้วยพื้นรากของฟันอันตั้งอยู่ที่กระดูกกราม เบื้องบนกำหนดด้วยอากาศ เบื้องขวางกำหนดฟันด้วยกัน. การกำหนดว่า ฟัน ๒ ซี่ มิได้รวมเป็นซี่เดียวกัน นี้เป็นสภาคปริจเฉท ส่วนวิสภาคปริจเฉทเช่นกับเส้นผมนั่นแหละ. ๕. ตโจ (หนัง)

คำว่า ตโจ คือ หนังหุ้มสรีระทั้งสิ้น เหนือหนังนั้นมีผิวสีดำคล้ำ เหลืองเป็นต้น ผิวหนังนั้นเมื่อดึงออกจากสรีระทั้งสิ้น ก็จะมีประมาณเท่าเมล็ดในพุทรา. หนังนั้นว่าโดยสี มีสีขาวเท่านั้น ก็ความที่หนังเป็นสีขาวนั้น ย่อมปรากฏเมื่อผิวถลอกออกไป เพราะเปลวไฟลวก หรือถูกประหารด้วยเครื่องประหารเป็นต้น. ว่าโดยสัณฐาน มีสัณฐานเหมือนร่างกายนั่นแหละ นี้เป็นความสังเขปในข้อว่า ว่าโดยสัณฐาน.

ก็ว่าโดยความพิศดาร หนังนิ้วเท้ามีสัณฐานดังรังของตัวไหม. หนังหลังเท้ามีสัณฐานดังรองเท้าหุ้มส้น. หนังแข้งมีสัณฐานดังใบตาลห่อข้าว. หนังขามีสัณฐานดังถุงยาวบรรจุข้าวสาร. หนังตะโพกมีสัณฐานดังผืนผ้ากรองน้ำอันเต็มด้วยน้ำ. หนังหลังมีสัณฐานดังหนังหุ้มโล่. หนังท้องมีสัณฐานดังหนังหุ้มรางพิณ. หนังอกโดยมากมีสัณฐาน ๔ เหลี่ยม. หนังแขนทั้ง ๒ มีสัณฐานดังหนังหุ้มแล่งธนู. หนังหลังมือมีสัณฐานดังฝักมีด หรือดังถุงโล่. หนังนิ้วมือมีสัณฐานดังฝักกุญแจ. หนังคอมีสัณฐานดังเสื้อปิดคอ. หนังหน้าซึ่งมีช่องน้อยช่องใหญ่มีสัณฐานดังรังตั๊กแตน. หนังศีรษะมีสัณฐานดังถลกบาตร.

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๗๓๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “สติปัฏฐาน ๔”