แม้สัญญาก็ชื่อว่าเป็นเช่นกับพยับแดด ด้วยอรรถว่าไม่มีสาระและด้วยอรรถว่าเข้าถึงความเป็นของอันบุคคลถือเอาไม่ได้ เพราะใครๆ ไม่อาจถือเอาพยับแดดนั้นมาเพื่อดื่ม หรือเพื่ออาบ หรือเพื่อใส่ให้เต็มภาชนะได้. อีกอย่างหนึ่ง พยับแดดย่อมเปลี่ยนแปรไป คือย่อมปรากฏเหมือนกำลังคลื่นเกิดขึ้นเองฉันใด แม้สัญญาอันต่างโดยสัญญาว่ามีสีเขียวเป็นต้นก็ฉันนั้น ย่อมผันแปร เปลี่ยนแปลงไป เพื่อต้องการเสวยอารมณ์ของสีเขียวเป็นต้น.
อนึ่ง พยับแดดย่อมลวงมหาชน ย่อมให้กล่าวว่า ที่นั้นดูเหมือนบึงเต็ม เหมือนแม่น้ำเปี่ยม ปรากฏอยู่ ดังนี้ฉันใด แม้สัญญาก็ฉันนั้น ย่อมลวง ย่อมให้กล่าวว่า นี้สีเขียว นี้สวยงาม นี้เป็นสุข นี้เที่ยง ดังนี้. แม้ในสีเหลืองเป็นต้นก็นัยนี้เหมือนกัน. สัญญาชื่อว่าเป็นเช่นเดียวกับพยับแดด แม้ด้วยการลวงต่างๆ ด้วยประการฉะนี้.
แม้สังขารทั้งหลายก็ชื่อว่าเป็นเช่นเดียวกับต้นกล้วย เพราะอรรถว่าไม่มีสาระและด้วยอรรถว่าพึงถือเอาไม่ได้ เหมือนอย่างว่า ใครๆ ไม่อาจถือเอาอะไรๆ จากต้นกล้วยน้อมนำไปทำประโยชน์แก่ทัพสัมภาระทั้งหลาย มีไม้กลอนหลังคาเป็นต้น แม้น้อมเข้าไปแล้วก็ไม่เป็นโดยประการนั้นฉันใด แม้สังขารทั้งหลายก็ฉันนั้น ใครๆ ไม่อาจเพื่อถือเอาด้วยอำนาจแห่งความเที่ยงเป็นต้น แม้ถือเอาแล้วก็ไม่เป็นไปโดยประการนั้น.
อนึ่ง ต้นกล้วยย่อมเป็นที่ประชุมของก้านมากฉันใด แม้สังขารขันธ์ก็เป็นที่ประชุมของธรรมมากฉันนั้น. และต้นกล้วยนั้นมีลักษณะต่างๆ กัน คือสีของก้านใบภายนอกเป็นอย่างหนึ่ง สีของภายในๆ ถัดจากนั้นก็อย่างหนึ่งฉันใด แม้สังขารขันธ์ก็ฉันนั้นเหมือนกัน คือทรงประมวลลักษณะของผัสสะไว้อย่างหนึ่ง ของธรรมมีเจตนาเป็นต้นไว้อย่างหนึ่ง แล้วตรัสเรียกว่า สังขารขันธ์เท่านั้น สังขารขันธ์ชื่อว่าเป็นเช่นเดียวกับต้นกล้วย แม้ด้วยประการฉะนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที