ในข้อทั้งสอง (คือนีวรณบรรพและโพชฌงคบรรพ) แม้นี้ ท่านก็กล่าวว่าเป็นวิปัสสนาล้วนๆ เทียว. โดยประการที่พรรณนามา สติปัฏฐาน ๔ เหล่านี้ย่อมได้ในจิตต่างๆ ในส่วนเบื้องต้น เพราะว่าพระโยคาวจรกำหนดกายด้วยจิตอย่างหนึ่ง ย่อมกำหนดเวทนาด้วยจิตอย่างหนึ่ง ย่อมกำหนดจิตด้วยจิตอย่างหนึ่ง ย่อมกำหนดธรรมทั้งหลายด้วยจิตอย่างหนึ่ง แต่ในขณะแห่งโลกุตตรมรรค ย่อมได้จิตอย่างเดียวกันโดยแท้.
จริงอยู่ สติสัมปยุตด้วยวิปัสสนาของพระโยคาวจรผู้กำหนดกายมาตั้งแต่ต้น ชื่อว่ากายานุปัสสนา บุคคลผู้ประกอบด้วยสตินั้น ชื่อว่ากายานุปัสสี. สติอันสัมปยุตด้วยมรรคในขณะแห่งมรรคของพระโยคาวจร ผู้ขวนขวายวิปัสสนาแล้วบรรลุอริยมรรค ชื่อว่ากายานุปัสสนา บุคคลผู้ประกอบด้วยสตินั้น ชื่อว่ากายานุปัสสี. สติอันสัมปยุตด้วยวิปัสสนาของพระโยคาวจรผู้กำหนดเวทนา ผู้กำหนดจิต ผู้กำหนดธรรมทั้งหลายมาแล้ว ชื่อว่าเวทนานุปัสสนา จิตตานุปัสสนา ธัมมานุปัสสนา. บุคคลผู้ประกอบด้วยสตินั้น ชื่อว่าเวทนานุปัสสี จิตตานุปัสสี ธัมมานุปัสสี.
สติอันสัมปยุตด้วยมรรคในขณะแห่งมรรคของพระโยคาวจรผู้ขวนขวายวิปัสสนาแล้วบรรลุอริยมรรค ชื่อว่าเวทนานุปัสสนา จิตตานุปัสสนา ธัมมานุปัสสนา. บุคคลผู้ประกอบด้วยสตินั้น ชื่อว่าเวทนานุปัสสี จิตตานุปัสสี ธัมมานุปัสสี. เทศนาปุคคลาธิษฐาน จบเพียงเท่านี้.
ก็สติอันกำหนดกาย ละวิปัลลาสในกายว่าเป็นของงาม ย่อมสำเร็จด้วยมรรค เพราะเหตุนั้น สตินั้นจึงชื่อว่ากายานุปัสสนา. สติกำหนดเวทนา ละวิปลาสในเวทนาว่าเป็นสุข ย่อมสำเร็จด้วยมรรค เพราะเหตุนั้น สตินั้นจึงชื่อว่าเวทนานุปัสสนา. สติกำหนดจิต ละวิปลาสในจิตว่าเป็นสภาพเที่ยง ย่อมสำเร็จด้วยมรรค เพราะเหตุนั้น สตินั้นจึงชื่อว่าจิตตานุปัสสนา. สติกำหนดธรรม ละวิปลาสในธรรมทั้งหลายว่าเป็นอัตตา ย่อมสำเร็จด้วยมรรค เพราะเหตุนั้น สตินั้นจึงชื่อว่าธัมมานุปัสสนา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที