คนที่สี่ แม้มีชาติ ก็คิดว่า บางคนไม่มีมนต์ (ความรู้) มีอยู่ เมื่อการงานที่พึงกระทำด้วยมนต์ (ความรู้) เกิดขึ้นแล้ว เราผู้มีมนต์ จักให้พระราชานำมาซึ่งฐานันดรนั้น ดังนี้ จึงชื่อว่าอาศัยแล้วซึ่งมนต์. บุตรอำมาตย์เหล่านั้นทั้งหมดถึงแล้วซึ่งฐานันดรโดยกำลังแห่งภาวะอันเป็นที่อาศัย (โดยความสามารถ) ของตนๆ.

ในภิกษุเหล่านั้น ภิกษุผู้อาศัยฉันทะ เมื่อมีความต้องการด้วยกุศลธรรมฉันทะของผู้ใคร่เพื่อจะทำมีอยู่ เธอจึงทำฉันทะให้เป็นใหญ่ ทำฉันทะให้เป็นธุระ ทำฉันทะให้เป็นหัวหน้า โดยคิดว่า เราจักยังโลกุตตรธรรมให้เกิดขึ้น ความหนักใจด้วยการเกิดขึ้นแห่งฉันทะของเราไม่มี ดังนี้ แล้วจึงยังโลกุตตรธรรมให้เกิดขึ้น บัณฑิตพึงเห็นเหมือนบุตรอำมาตย์ผู้ไม่ประมาทในการบำรุงแล้วจึงได้ฐานันดร ราวกะพระรัฐบาลเถระ. จริงอยู่ ท่านพระรัฐบาลเถระนั้นทำฉันทะให้เป็นธุระแล้วยังโลกุตตรธรรมให้เกิดขึ้น.

ภิกษุผู้ทำวิริยะให้เป็นใหญ่ ทำวิริยะให้เป็นธุระ ทำวิริยะให้เป็นหัวหน้า แล้วยังโลกุตตรธรรมให้เกิดขึ้น บัณฑิตพึงเห็นเช่นกับบุตรอำมาตย์ผู้ยังพระราชาให้พอพระทัย โดยความเป็นผู้กล้าหาญแล้วได้ฐานันดร ราวกะพระโสณเถระ. จริงอยู่ ท่านพระโสณเถระนั้นทำวิริยะให้เป็นธุระแล้วยังโลกุตตรธรรมให้เกิดขึ้น.

ภิกษุผู้ทำจิตตะให้เป็นใหญ่ ทำจิตตะให้เป็นธุระ ทำจิตตะให้เป็นหัวหน้า แล้วยังโลกุตตรธรรมให้เกิดขึ้น บัณฑิตพึงเห็นเช่นกับบุตรอำมาตย์ผู้ได้ฐานันดร เพราะความถึงด้วยดีแห่งชาติ เป็นราวกะว่าพระสัมภูตเถระ. จริงอยู่ พระสัมภูตเถระนั้นทำจิตตะให้เป็นธุระแล้วยังโลกุตตรธรรมให้เกิดขึ้น.

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๘๙๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อิทธิบาท ๔”