ถามว่า ชื่อว่าอิทธิ เพราะอรรถว่าอะไร ชื่อว่าบาท เพราะอรรถว่าอะไร?

ตอบว่า ชื่อว่าอิทธิ เพราะอรรถว่าเป็นที่สำเร็จนั่นแหละ ชื่อว่าบาท เพราะอรรถว่าเป็นที่อาศัยนั่นแหละ. ด้วยประการฉะนี้ คำว่า อิทฺธิ หรือ อิทฺธิปาโท แม้ในที่นี้ จึงมิใช่เป็นชื่อของธรรมอะไรอื่น แต่เป็นชื่อของขันธ์ ๔ อันสัมปยุตกันนั่นแล.

ก็เมื่อข้าพเจ้ากล่าวแล้วอย่างนี้ อาจารย์ทั้งหลายจึงกล่าวคำนี้ว่า ถ้าว่าคำนี้พึงเป็นชื่อของขันธ์ ๔ นั่นแหละไซร้ พระศาสดาก็ไม่พึงทรงนำชื่ออุตตรจูฬภาชนีย์มาไว้ข้างหน้า ก็ในอุตตรจูฬภาชนีย์ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ฉันทะเท่านั้น ชื่อว่าฉันทิทธิบาท วิริยะเท่านั้น จิตตะเท่านั้น วีมังสาเท่านั้น ชื่อว่าวีมังสิทธิบาท ดังนี้ ส่วนอาจารย์บางพวกกล่าวว่าสภาวะที่ยังไม่สำเร็จแล้ว ชื่อว่าอิทธิ สภาวะที่สำเร็จแล้ว ชื่อว่าอิทธิบาท ดังนี้. ข้าพเจ้าปฏิเสธถ้อยคำของอาจารย์เหล่านั้นแล้ว จึงทำการสันนิษฐานว่า "อิทธิก็ดี อิทธิบาทก็ดี เป็นภาวะอันกระทบแล้วด้วยไตรลักษณ์" ดังนี้ ในสุตตันตภาชนีย์นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอิทธิบาททั้งหลายเจือด้วยโลกิยะและโลกุตตระดังพรรณนามาฉะนี้ แล. วรรณนาสุตตันตภาชนีย์ จบ.

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๙๐๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อิทธิบาท ๔”