อีกอย่างหนึ่ง คำว่า โพชฌงค์ทั้งหลาย ที่ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่ากระไร ข้อนี้ บัณฑิตพึงทราบอรรถแห่งโพชฌงค์โดยนัยแห่งปฏิสัมภิทานี้ว่า ที่ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อความตรัสรู้. ที่ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าย่อมตรัสรู้. ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าย่อมรู้ตาม. ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าย่อมรู้เฉพาะ. ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าย่อมรู้พร้อม ดังนี้ก็ได้.
พึงทราบวินิจฉัยในคำว่า สติสัมโพชฌงค์ เป็นต้น. โพชฌงค์อันบัณฑิตสรรเสริญแล้วด้วยอันดีด้วย ชื่อว่าสัมโพชฌงค์. สัมโพชฌงค์คือสตินั่นแหละ ชื่อว่าสติสัมโพชฌงค์. (โพชฌงค์ที่เหลือก็เช่นเดียวกัน) บรรดาสัมโพชฌงค์เหล่านั้น สติสัมโพชฌงค์มีการตั้งมั่น (อุปัฏฐานะ) เป็นลักษณะ. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์มีการพิจารณาค้นคว้า (ปวิจยะ) เป็นลักษณะ. ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์มีความสงบเป็นลักษณะ. สมาธิสัมโพชฌงค์มีความไม่ฟุ้งซ่านเป็นลักษณะ. อุเบกขาสัมโพชฌงค์มีการเพ่งเฉย (ปฏิสังขานะ) ๑- เป็นลักษณะ. ____________________________ ๑- คำว่า ปฏิสังขานะ คือการเพ่งเฉย ในที่นี้หมายถึงการปรุงแต่งโพชฌงค์ ๖ ที่เหลือโดยอาการเป็นกลาง อาจารย์บางพวกได้กล่าวว่า อุเปกขาสัมโพชฌงค์ปรุงแต่งศรัทธากับปัญญา วิริยะกับสมาธิให้สม่ำเสมอกัน.
ในสัมโพชฌงค์เหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสติสัมโพชฌงค์ก่อน เพราะความที่สติสัมโพชฌงค์ เป็นธรรมมีอุปการะแก่สัมโพชฌงค์ทั้งหมด ดังพระบาลีว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็เราย่อมกล่าวว่า สติแลเป็นธรรมมีประโยชน์ในที่ทั้งปวง (สติแลจำปรารถนาในที่ทั้งปวง) ดังนี้ เบื้องหน้าแต่นี้ไป เป็นการประกอบบททั้งที่มีมาในพระบาลีโดยลำดับอย่างนี้นั่นแหละ โดยนัยเป็นต้นว่า ภิกษุนั้นมีสติอย่างนั้นอยู่ ย่อมเลือกสรรพิจารณาซึ่งธรรมนั้นด้วยปัญญาเป็นต้น.
ถามว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสโพชฌงค์ ๗ เหล่านี้ ว่าไม่ยิ่งไม่หย่อนกว่านี้ เพราะเหตุไร?
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที