อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าวินัย เพราะอรรถว่าย่อมนำผู้ประเสริฐไป. วินัยโดยธรรม ก็ชื่อว่าธรรมวินัย. จริงอยู่ ธรรมวินัยนี้ย่อมให้ออกจากสังสารธรรม หรือโสกาทิธรรมแล้วนำไปสู่พระนิพพานอันเลิศ.

อีกอย่างหนึ่ง วินัยของพระพุทธเจ้าผู้มีธรรม หาใช่ของเจ้าลัทธิทั้งหลายไม่ ดังนี้จึงชื่อว่าธรรมวินัย. จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นธรรม จึงชื่อว่าวินัยของธรรมนั้นนั่นแหละ.

อีกอย่างหนึ่ง เพราะธรรมทั้งหลายนั่นแหละ เป็นธรรมพึงรู้ยิ่ง (อภิญฺเญยยา) เป็นธรรมพึงกำหนดรู้ (ปริญฺเญยฺยา) เป็นธรรมพึงละ (ปหาตพฺพา) เป็นธรรมพึงเจริญ (ภาเวตพฺพา) เป็นธรรมพึงกระทำให้แจ้ง (สจฺฉิกาตพฺพา) ฉะนั้น วินัยในธรรมทั้งหลายนี้ มิใช่วินัยในสัตว์ทั้งหลาย มิใช่วินัยในชีวะทั้งหลาย จึงชื่อว่าธรรมวินัย.

ชื่อว่าปวจนะ เพราะอรรถว่าเป็นประธาน (เป็นใหญ่) กว่าถ้อยคำของชนเหล่าอื่น ด้วยถ้อยคำทั้งหลายมีคำอันเป็นไปกับด้วยอรรถ และพยัญชนะเป็นต้น. ปวจนะนั้นนั่นแหละ ชื่อว่าปาพจน์. ชื่อว่าพรหมจรรย์ เพราะเป็นจริยาอันเลิศกว่าจริยาทั้งหมด. ชื่อว่าสัตถุศาสน์ เพราะอรรถว่าคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น เป็นครูของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย. อีกอย่างหนึ่ง แม้คำว่า คำสั่งสอนอันเป็นศาสดา ก็ชื่อว่าสัตถุศาสน์ได้.

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๙๘๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “มาติกานิเทศ”