@๔ ฉ.ม. วาฬาทีหิ ๕ ฉ.ม. พฺยสตีติ. เอวมุปริปิ เตน ญาติพฺยสเนน. ผุฏฺฐสฺสาติ อชฺโฌตฺถตสฺส, อภิภูตสฺส สมนฺนาคตสฺสาติ อตฺโถ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. อยมฺปน วิเสโส:- โภคานํ พฺยสนํ โภคพฺยสนํ, ราชโจราทิวเสน โภคกฺขโย โภควินาโสตฺยตฺโถ. โรโคเยว พฺยสนํ โรคพฺยสนํ. โรโค หิ อาโรคฺยํ วิยสติ วินาเสตีติ พฺยสนํ. สีลสฺส พฺยสนํ สีลพฺยสนํ. ทุสฺสีลฺยสฺเสตํ นามํ. สมฺมาทิฏฺฐึ วินาสยมานา อุปฺปนฺนา ทิฏฺฐิเอว พฺยสนํ ทิฏฺฐิพฺยสนํ. เอตฺถ จ ปุริมานิ เทฺว อนิปฺผนฺนานิ, ปจฺฉิมานิ ตีณิ นิปฺผนฺนานิ ติลกฺขณพฺภาหตานิ. ปุริมานิปิ ๑- ตีณิ เนว กุสลานิ น อกุสลานิ, สีลทิฏฺฐิพฺยสนทฺวยํ อกุสลํ.
อญฺญตรญฺญตเรนาติ คหิเตสุ วา เยน เกนจิ อคฺคหิเตสุ วา มิตฺตามจฺจพฺยสนาทีสุ เยน เกนจิ. สมนฺนาคตสฺสาติ สมนุพนฺธสฺส อปริมุจฺจมานสฺส. อญฺญตรญฺญตเรน ทุกฺขธมฺเมนาติ เยน เกนจิ โสกทุกฺขสฺส อุปฺปตฺติเหตุนา. โสโกติ โสจนวเสน ๒- โสโก. อิทํ เอเตหิ การเณหิ อุปฺปชฺชนกโสกสฺส สภาวปจฺจตฺตํ. โสจนาติ โสจนากาโร. โสจิตตฺตนฺติ โสจิตภาโว. อนฺโตโสโกติ อพฺภนฺตเร โสโก. ทุติยปทํ อุปสคฺเคน วฑฺฒิตํ. โส หิ อพฺภนฺตรํ สุกฺขาเปนฺโต ปริสุกฺขาเปนฺโต ๓- อุปฺปชฺชตีติ "อนฺโตโสโก อนฺโตปริโสโก"ติ วุจฺจติ.
เจตโส ปริชฺฌายนาติ จิตฺตสฺส ฌายนากาโร. โสโก หิ อุปฺปชฺชมาโน อติวิย ๔- จิตฺตํ ฌาเปติ ทหติ, ๕- "จิตฺตํ เม ฌามํ, น เม กิญฺจิ ปฏิภาตี"ติ วทาเปติ. ทุกฺขิโต มโน ทุมฺมโน, ตสฺส ภาโว โทมนสฺสํ. อนุปวิฏฺฐฏฺเฐน โสโกว สลฺลนฺติ โสกสลฺลํ. อยํ วุจฺจติ โสโกติ อยํ โสโก นาม กถิยติ. โส ปนายํ กิญฺจาปิ อตฺถโต โทมนสฺสเวทนาว โหติ, เอวํ สนฺเตปิ อนฺโต นิชฺฌายนลกฺขโณ, เจตโส ปรินิชฺฌายนรโส, อนุโสจนปจฺจุปฏฺฐาโน.