เอวํ ยสฺมา เตเยว รูปาทโย เอโก อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตตฺถ โลภํ อุปฺปาเทติ. เอโก กุชฺฌติ ปฏิหญฺญติ, ตตฺถ โทสํ อุปฺปาเทติ. เอกจฺจสฺส ๑- อิฏฺฐา โหนฺติ กนฺตา มนาปา, เอกจฺจสฺส ๑- อนิฏฺฐา อกนฺตา อมนาปา. เอโก จ เอเต "อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา"ติ ทกฺขิณโต คณฺหาติ, เอโก "อนิฏฺฐา อกนฺตา อมนาปา"ติ วามโต คณฺหาติ. ๒- ตสฺมา อิฏฺฐานิฏฺฐํ นาม ปาฏิเยกฺกํ ปฏิวิภตฺตํ นาม นตฺถิ. ปจฺจนฺตวาสีนํ หิ คณฺฑุปฺปาทาปิ อิฏฺฐา โหนฺติ กนฺตา มนาปา, มชฺฌิมเทสวาสีนํ อติเชคุจฺฉา. เตสญฺจ โมรมํสาทีนิ อิฏฺฐานิ โหนฺติ, อิตเรสํ ตานิ อติเชคุจฺฉานีติ.

โส วตฺตพฺโพ "กึ ปน ตฺวํ อิฏฺฐานิฏฺฐารมฺมณํ ปาฏิเยกฺกํ ปฏิวิภตฺตํ นาม นตฺถีติ วเทสี"ติ. อาม นตฺถีติ วทามิ. ปุน ตเถว ยาวตติยํ ปติฏฺฐาเปตฺวา ปโญฺห ปุจฺฉิตพฺโพ "นิพฺพานํ นาม อิฏฺฐํ อุทาหุ อนิฏฺฐนฺ"ติ. ชานมาโน อิฏฺฐนฺติ วกฺขติ. สเจปิ น วเทยฺย, มา วเทตุ, ๓- นิพฺพานํ ปน เอกนฺตอิฏฺฐเมว. นนุ จ ๔- เอโก นิพฺพานสฺส วณฺเณ กถิยมาเน กุชฺฌิตฺวา "ตฺวํ นิพฺพานสฺส วณฺณํ กเถสิ, กึ ตตฺถ อนฺนปานํ มาลาคนฺธวิเลปนํ สยนจฺฉาทนํ สมิทฺธา ปญฺจ กามคุณา อตฺถี"ติ วตฺวา นตฺถีติ วุตฺเต "อลํ ตว นิพฺพาเนนา"ติ นิพฺพานสฺส วณฺเณ กถิยมาเน กุชฺฌิตฺวา อุโภ กณฺเณ ถเกสีติ? ๕- อิฏฺเฐตํ, ๖- เอตสฺส ปน วเสน ตว วาเท นิพฺพานํ อนิฏฺฐํ นาม โหตุ. ๗- น ปเนตํ เอวํ คเหตพฺพํ. เอโส หิ วิปรีตสญฺญาย กเถติ. สญฺญาวิปลฺลาเสน จ ตเทวารมฺมณํ เอกจฺจสฺส อิฏฺฐํ โหติ, เอกจฺจสฺส อนิฏฺฐํ.

อิฏฺฐานิฏฺฐารมฺมณํ ปน ปาฏิเยกฺกํ ปฏิวิภตฺตํ ๘- อตฺถีติ. กสฺส วเสน วิภตฺตนฺติ, มชฺฌิมกสตฺตสฺส. อิทํ หิ น อติอิสฺสรานํ มหาสมฺมตมหาสุทสฺสนธมฺมาโสกาทีนํ

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๑๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “รูปขันธ์”