สเจ ปน พหิทฺธาปิ มนสิการํ อุปสํหรติ, อถสฺส เอวํ สพฺพโกฏฺฐาเสสุ ปากฏีภูเตสุ อาหิณฺฑนฺตา มนุสฺสติรจฺฉานาทโย สตฺตาการํ วิชหิตฺวา โกฏฺฐาสราสิ- วเสเนว อุปฏฺฐหนฺติ. เตหิ จ อชฺโฌหริยมานํ ปานโภชนาทิ โกฏฺฐาสราสิมฺหิ ปกฺขิปิยมานมิว อุปฏฺฐาติ. อถสฺส อนุปุพฺพมุญฺจนาทิวเสน ปฏิกูลา ปฏิกูลาติ ปุนปฺปุนํ มนสิกโรโต อนุกฺกเมน อปฺปนา อุปฺปชฺชติ.
ตตฺถ เกสาทีนํ วณฺณสณฺฐานทิโสกาสปริจฺเฉทวเสน อุปฏฺฐานํ อุคฺคหนิมิตฺตํ, สพฺพาการโต ปฏิกูลวเสน อุปฏฺฐานํ ปฏิภาคนิมิตฺตํ. ตํ ปุนปฺปุนํ อาวชฺชนฺตสฺส มนสิกโรนฺตสฺส ตกฺกาหตํ วิตกฺกาหตํ กโรนฺตสฺส จตฺตาโร ขนฺธา ปฏิกูลารมฺมณา โหนฺติ. ปฐมชฺฌานวเสน อปฺปนา ปวตฺตติ. ปุพฺพภาเค ปริกมฺมอุปจารจิตฺตานิ สวิตกฺกสวิจารานิ สปฺปีติกานิ โสมนสฺสสหคตานิ ปฏิกูล- นิมิตฺตารมฺมณานิ, อปฺปนาปิ สวิตกฺกสวิจารา สปฺปีติกา โสมนสฺสสหคตาว. ภูมนฺตเรน ปน มหคฺคตา รูปาวจรา โหนฺติ. ปฏิกูเลปิ จ ตสฺมึ อารมฺมเณ อานิสฺสทสฺสาวิตาย โสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ, เอกตฺตารมฺมณพเลเนว วา ตํ อุปฺปชฺชติ, ทุติยชฺฌานาทีนิ ปเนตฺถ น นิพฺพตฺตนฺติ. กสฺมา? โอฬาริกตฺตา. อิทญฺหิ อารมฺมณํ โอฬาริกํ, วิตกฺกพเลเนเวตฺถ จิตฺเตกคฺคตา ชายติ, น วิตกฺกสมติกฺกเมนาติ. อยํ ตาว สมถวเสน กมฺมฏฺฐานกถา.
อวิเสสโต ปน สาธารณวเสน เอวํ เวทิตพฺพา ๑-:- อิทญฺหิ กมฺมฏฺฐานํ ภาเวตุกาเมน กมฺมฏฺฐานํ อุคฺคเหตฺวา สชฺฌายนกาเลเอว เกสาทีนํ วณฺณนิมิตฺต- สณฺฐานนิมตฺตทิสานิมิตฺตโอกาสนิมิตฺตปริจฺเฉทนิมิตฺตานิ วาจาย โปเถตฺวา โปเถตฺวา เอเกกโกฏฺฐาเส "อยํ เอตํสริกฺขโก"ติ ติวิเธน สชฺฌาโย กาตพฺโพ. กถํ? ตจปญฺจเก ตาว เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว อนุโลมโต ปญฺจาหํ, ปฏิโลมโต ปญฺจาหํ, อนุโลมปฏิโลมโต ปญฺจาหนฺติ อฑฺฒมาสํ สชฺฌาโย กาตพฺโพ. ตโต อาจริยสฺส