โส "อิทํ นามรูปํ น อเหตุ น อปฺปจฺจยา นิพฺพตฺตํ, สเหตุ สปฺปจฺจยา นิพฺพตฺตํ. โก ปนสฺส เหตุ, โก ปน ปจฺจโย"ติ อุปปริกฺขนฺโต "อวิชฺชาปจฺจยา ตณฺหาปจฺจยา กมฺมปจฺจยา อาหารปจฺจยา จา"ติ ตสฺส ปจฺจยํ ววตฺถเปตฺวา
เอวํ สงฺขาเร สลฺลกฺเขตฺวา ฐิตสฺส ปน ภิกฺขุสฺส ทสพลสฺส สาสเน มูลํ โอติณฺณํ นาม โหติ, ปติฏฺฐา ลทฺธา นาม. จูฬโสตาปนฺโน นาม โหติ นิยตคติโก. ตถารูปํ ปน อุตุสปฺปายํ ปุคฺคลสปฺปายํ โภชนสปฺปายํ ธมฺมสฺสวน- สปฺปายํ ลภิตฺวา เอกาสเน เอกปลฺลงฺกวรคโต ตีณิ ลกฺขณานิ อาโรเปตฺวา วิปสฺสนาปฏิปาฏิยา สงฺขาเร สมฺมสนฺโต อรหตฺตํ คณฺหาตีติ. อิทํ ธาตุวเสน อภินิวิฏฺฐสฺส ภิกฺขุโน ยาว อรหตฺตา นิคฺคมนํ.
ยสฺส ปน เนว วณฺณโต อุปฏฺฐาติ น ปฏิกูลโต น สุญฺญโต, เตน "น เม อุปฏฺฐาตี"ติ น กมฺมฏฺฐานํ วิสฺสชฺเชตฺวา นิสีทิตพฺพํ. โกฏฺฐาสมนสิกาเรเยว ปน โยโค กาตพฺโพ. โปราณกตฺเถรา กิร "โกฏฺฐาสมนสิกาโรว ปมาณนฺ"ติ อาหํสุ. อิจฺจสฺส ปุนปฺปุนํ โกฏฺฐาสวเสน สชฺฌายํ กโรนฺตสฺส โกฏฺฐาสา ปคุณา โหนฺติ. กทา ปน ปคุณา นาม โหนฺตีติ? ยทา เกสาติ อาวชฺชิตมตฺเต มนสิกาโร คนฺตฺวา มตฺถลุงฺคนฺติ อนฺติมโกฏฺฐาเส ปติฏฺฐาติ, มตฺถลุงฺคนฺติ อาวชฺชิตมตฺเต มนสิกาโร อาคนฺตฺวา เกสาติ อาทิโกฏฺฐาเส ปติฏฺฐาติ.