อรูปกมฺมฏฺฐานํ กเถนฺโต เยภุยฺเยน เวทนาวเสน กเถติ. ๑- ติวิโธ หิ อรูปกมฺมฏฺฐาเน อภินิเวโส ผสฺสวเสน เวทนาวเสน จิตฺตวเสนาติ. กถํ? เอกจฺจสฺส หิ สงฺขิตฺเตน วา วิตฺถาเรน วา ปริคฺคหิเต รูปกมฺมฏฺฐาเน ตสฺมึ อารมฺมเณ จิตฺตเจตสิกานํ ปฐมาภินิปาโต ตํ อารมฺมณํ ผุสนฺโต อุปฺปชฺชมาโน ผสฺโส ปากโฏ โหติ. เอกจฺจสฺส ตํ อารมฺมณํ อนุภวนฺตี อุปฺปชฺชมานา เวทนา ปากฏา โหติ. เอกจฺจสฺส ตํ อารมฺมณํ ปริคฺคหิตฺวา ๒- วิชานนฺตํ อุปฺปชฺชมานํ วิญฺญาณํ ปากฏํ โหติ.

ตตฺถ ยสฺส ผสฺโส ปากโฏ โหติ, โสปิ "น เกวลํ ผสฺโสว อุปฺปชฺชติ, เตน สทฺธึ ตเทวารมฺมณํ อนุภวมานา เวทนาปิ อุปฺปชฺชติ, สญฺชานนมานา สญฺญาปิ, เจตยมานา เจตนาปิ, วิชานนมานํ วิญฺญาณมฺปิ อุปฺปชฺชตี"ติ ผสฺสปญฺจมเกเยว ปริคฺคณฺหาติ. ยสฺส เวทนา ปากฏา โหติ, โสปิ "น เกวลํ เวทนาว อุปฺปชฺชติ, ตาย สทฺธึ ตเทวารมฺมณํ ผุสมาโน ผสฺโสปิ อุปฺปชฺชติ, สญฺชานนมานา สญฺญาปิ, เจตยมานา เจตนาปิ, วิชานนมานํ วิญฺญาณมฺปิ

โส "อิเม ผสฺสปญฺจมกา ธมฺมา กินฺนิสฺสิตา"ติ อุปธาเรนฺโต "วตฺถุนิสฺสิตา"ติ ปชานาติ. วตฺถุ นาม กรชกาโย, ยํ สนฺธาย วุตฺตํ "อิทญฺจ ปน เม วิญฺญาณํ เอตฺถ สิตํ ๑- เอตฺถ ปฏิพทฺธนฺ"ติ. ๒- โส อตฺถโต ภูตานิ เจว อุปาทารูปานิ จ. เอวเมตฺถ วตฺถุ รูปํ, ผสฺสปญฺจมกา นามนฺติ นามรูปเมว ปสฺสติ. รูปญฺเจตฺถ รูปกฺขนฺโธ, นามํ จตฺตาโร อรูปิโน ขนฺธาติ ปญฺจกฺขนฺธมตฺตํ โหติ. นามรูปวินิมุตฺตา หิ ปญฺจกฺขนฺธา ปญฺจกฺขนฺธวินิมุตฺตํ วา นามรูปํ นตฺถิ.

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๔๔๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “สติปัฏฐาน ๔”