กาลวลฺลิมณฺฑปวาสี มหานาคตฺเถโร วิย จ. โสปิ กิร คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรนฺโต ปฐมํ ตาว ภควโต มหาปธานํ ปูเชสฺสามีติ สตฺต วสฺสานิ ฐานจงฺกมเมว อธิฏฺฐาสิ, ปุน โสฬส วสฺสานิ คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. โส กมฺมฏฺฐานยุตฺเตเนว จิตฺเตน ปาทํ อุทฺธรนฺโต วิปฺปยุตฺเตน จิตฺเตน อุทฺธเต ปาเท ปฏินิวตฺเตนฺโต คามสมีปํ คนฺตฺวา "คาวี นุ โข ปพฺพชิโต นุ โข"ติ อาสงฺกนียปเทเส ฐตฺวา จีวรํ ปารุปิตฺวา กจฺฉกรณฺฑโต ๒- อุทเกน ปตฺตํ โธวิตฺวา อุทกคณฺฑูสํ กโรติ. กึการณา? มา เม ภิกฺขํ ทาตุํ วา วนฺทิตุํ วา อาคจฺฉนฺเต ๓- มนุสฺเส "ทีฆายุกา โหถา"ติ วจนมตฺเตนาปิ กมฺมฏฺฐานวิกฺเขโป อโหสีติ. "อชฺช ภนฺเต กติมี"ติ ทิวสํ วา ภิกฺขุคณนํ วา ปญฺหํ วา ปุจฺฉิโต ปน อุทกํ คิลิตฺวา อาโรเจติ. สเจ ทิวสาทิปุจฺฉกา น โหนฺติ, นิกฺขมนเวลาย คามทฺวาเร นิฏฺฐุหิตฺวาว ๔- ยาติ.
@๓ ฉ.ม. อาคเต ๕ ฉ.ม. นิฏฺฐุภิตฺวาว
คลมฺพุติตฺถวิหาเร ๑- วสฺสูปคตา ปญฺญาส ภิกฺขู วิย จ. เต กิร อาสาฬฺหปุณฺณมาย กติกวตฺตํ อกํสุ "อรหตฺตํ อปฺปตฺวาว อญฺญมญฺญํ นาลปิสฺสามา"ติ. คามญฺจ ปิณฺฑาย ปวิสนฺตา อุทกคณฺฑูสํ กตฺวา ปวิสึสุ. ทิวสาทีสุ ปุจฺฉิเตสุ วุตฺตนเยน ปฏิปชฺชึสุ. ตตฺถ มนุสฺสา นิฏฺฐุหนฏฺฐานํ ทิสฺวา ชานึสุ "อชฺเชโก อาคโต, อชฺช เทฺว"ติ. เอวญฺจ จินฺเตสุํ "กินฺนุ โข เอเต อเมฺหเหว สทฺธึ น สลฺลปนฺติ อุทาหุ อญฺญมญฺญมฺปิ, ยทิ อญฺญมญฺญํ น สลฺลปนฺติ, อทฺธา วิวาทชาตา ภวิสฺสนฺติ. เอถ เน อญฺญมญฺญํ ขมาเปสฺสามา"ติ สพฺเพ วิหารํ คนฺตฺวา ปญฺญาสาย ภิกฺขูสุ เทฺวปิ ภิกฺขู เอโกกาเส นาทฺทสํสุ. ตโต โย เตสุ จกฺขุมา ปุริโส, โส อาห "น โภ กลหการกานํ วสโนกาโส อีทิโส โหติ, สุสมฺมฏฺฐํ เจติยงฺคณโพธิยงฺคณํ, สุนิกฺขิตฺตา สมฺมชฺชนิโย, สุปติฏฺฐิตํ ๒- ปานียปริโภชนียนฺ"ติ. เต ตโตว นิวตฺตา. เตปิ ภิกฺขู อนฺโตเตมาเสเยว อรหตฺตํ ปตฺวา มหาปวารณาย วิสุทฺธิปวารณํ ปวาเรสุํ.