กมฺมสฺสกตํ วาติ "อิทํ กมฺมํ สตฺตานํ สกํ, อิทํ โน สกนฺ"ติ เอวํ ชานนญาณํ. สจฺจานุโลมิกํ วาติ วิปสฺสนาญาณํ. ตญฺหิ จตุนฺนํ สจฺจานํ อนุโลมนโต สจฺจานุโลมิกนฺติ วุจฺจติ. อิทานิสฺส ปวตฺตนาการํ ทสฺเสตุํ รูปํ อนิจฺจนฺติ วาติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถ จ อนิจฺจลกฺขณเมว อาคตํ, น ทุกฺขลกฺขณอนตฺตลกฺขณานิ, อตฺถวเสน ปน อาคตาเนวาติ ทฏฺฐพฺพานิ:- ยญฺหิ อนิจฺจํ, ตํ ทุกฺขํ. ยํ ทุกฺขํ, ตํ อนตฺตาติ. ๑-

ยํ เอวรูปินฺติ ยํ เอวํ เหฏฺฐา นิทฺทิฏฺฐสภาวํ อนุโลมิกํ. ขนฺตินฺติอาทีนิ สพฺพานิ ปญฺญาเววจนาเนว. สา หิ เหฏฺฐา วุตฺตานํ กมฺมายตนาทีนํ ปญฺจนฺนํ การณานํ อปจฺจนีกทสฺสเนน อนุโลเมตีติ อนุโลมิกา. ตถา สตฺตานํ หิตจริยาย อนุโลเมตีติ, ๒- มคฺคสจฺจสฺส อนุโลเมตีติ, ๒- ปรมตฺถสจฺจสฺส นิพฺพานสฺส อนุโลมนโต อนุโลเมตีติปิ อนุโลมิกา. สพฺพานิปิ เอตานิ การณานิ ขมติ สหติ ทฏฺฐุํ สกฺโกตีติ ขนฺติ. ปสฺสตีติ ทิฏฺฐิ. โรเจตีติ รุจิ. มุจตีติ มุติ. ๓- มุทตีติ มุทีติปิ ปาโฐ. เปกฺขตีติ เปกฺขา. สพฺเพปิสฺสา เต กมฺมายตนาทโย ธมฺมา นิชฺฌานํ ขมนฺติ. วิเสสโต จ ปญฺจกฺขนฺธสงฺขาตา ธมฺมา ปุนปฺปุนํ อนิจฺจทุกฺขานตฺตวเสน นิชฺฌายมานา ตํ นิชฺฌานํ ขมนฺตีติ ธมฺมนิชฺฌานขนฺติ.

ปรโต อสฺสุตฺวา ปฏิลภตีติ อญฺญสฺส อุปเทสวจนํ อสฺสุตฺวา สยเมว จินฺเตนฺโต ปฏิลภติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ จินฺตามยา ปญฺญา นาม วุจฺจติ. สา ปเนสา น เยสํ เกสญฺจิ อุปฺปชฺชติ, อภิญฺญาตานํ ปน มหาสตฺตานเมว อุปฺปชฺชติ. ตตฺถาปิ สจฺจานุโลมิกญาณํ ทฺวินฺนํเยว โพธิสตฺตานํ อุปฺปชฺชติ. เสสปญฺญา สพฺเพสมฺปิ ปูริตปารมีนํ มหาปญฺญานํ อุปฺปชฺชตีติ เวทิตพฺพา.

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๖๘๓

ที่มาและฉบับอื่นของ “เอกกนิเทศ”