ตตฺถ สิยา:- "สีลํ, อธิสีลํ, จิตฺตํ, อธิจิตฺตํ, ปญฺญา, อธิปญฺญา"ติ อิเมสุ ฉสุ โกฏฺฐาเสสุ วิปสฺสนาปญฺญา กตรสนฺนิสฺสิตาติ. อธิปญฺญาสนฺนิสฺสิตา. ตสฺมา ยถา โอมกตรปฺปมาณํ ฉตฺตํ วา ธชํ วา อุปาทาย อติปฺปมาณํ ๔-
@๓ ฉ.ม. อติเรกปญฺญาย ๔ ฉ.ม. อติเรกปฺปมาณํ อติฉตฺตํ อติธโชติ วุจฺจติ, เอวมิทมฺปิ ปญฺจสีลํ ทสสีลมุปาทาย ปาฏิโมกฺขสํวรสีลํ อธิสีลํ นาม. วฏฺฏปาทิกา อฏฺฐ สมาปตฺติโย อุปาทาย วิปสฺสนาปาทิกา อฏฺฐ สมาปตฺติโย อธิจิตฺตํ นาม. กมฺมสฺสกตปญฺญํ อุปาทาย วิปสฺสนาปญฺญา จ มคฺคผลปญฺญา จ ๑- อธิปญฺญา นามาติ เวทิตพฺพา.
[๗๗๑] อายโกสลฺลาทินิทฺเทเส ยสฺมา อาโยติ วุฑฺฒิ, สา อนตฺถหานิโต อตฺถุปฺปตฺติโต จ ทุวิธา. อปาโยติ อวุฑฺฒิ, สาปิ อตฺถหานิโต จ อนตฺถุปฺปตฺติโต จ ทุวิธา. ตสฺมา ตํ ทสฺเสตุํ อิเม ธมฺเม มนสิกโรโตติอาทิ วุตฺตํ. อิทํ วุจฺจตีติ ยา อิเมสํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อนุปฺปตฺติปฺปหาเนสุ กุสลธมฺมานญฺจ อุปฺปตฺติฏฺฐิตีสุ ปญฺญา, อิทํ อายโกสลฺลํ นาม วุจฺจติ. ยา จ ๒- ปเนสา กุสลธมฺมานํ อนุปฺปชฺชนนิรุชฺฌเนสุ อกุสลธมฺมานญฺจ อุปฺปตฺติฏฺฐิตีสุ ปญฺญา, อิทํ อปายโกสลฺลํ นามาติ อตฺโถ. อายโกสลฺลํ ตาว ปญฺญา โหตุ, อปายโกสลฺลํ กถํ ปญฺญา นาม ชาตาติ? ปญฺญวาเยว หิ "มยฺหํ เอวํ มนสิกโรโต อนุปฺปนฺนา กุสลา ธมฺมา นุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา จ นิรุชฺฌนฺติ. อนุปฺปนฺนา อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา จ วฑฺฒนฺตี"ติ ปชานาติ. โส เอวํ ญตฺวา อนุปฺปนฺนานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อุปฺปชฺชิตุํ น เทติ, อุปฺปนฺเน ปชหติ. อนุปฺปนฺเน กุสเล อุปฺปาเทติ, อุปฺปนฺเน ภาวนาปาริปูรึ ปาเปติ. เอวํ อปายโกสลฺลมฺปิ ปญฺญาเอวาติ เวทิตพฺพํ. สพฺพาปิ ตตฺรุปายา ปญฺญา อุปายโกสลฺลนฺติ อิทมฺปน อจฺจายิกกิจฺเจ วา ภเย วา อุปฺปนฺเน ตสฺส ติกิจฺฉนตฺถํ ฐานุปฺปตฺติยการณชานนวเสเนว เวทิตพฺพํ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.