@๔ ฉ.ม. โอโรหิตฺวา ๕ ฉ.ม. วุตฺโต โกญฺจนาทํ กโรนฺโต ตุมฺหากํ อภิมุโข อาคจฺฉติ, ตถา นํ กโรถาติ. เถโร ตถา กตฺวา เวเคน อาคจฺฉโต หตฺถิสฺส เภรวํ อาการํ ทิสฺวา อุฏฺฐาย ปลายิตุมารทฺโธ. ตเมนํ ขีณาสวตฺเถโร หตฺถํ ปสาเรตฺวา จีวรกณฺเณ คเหตฺวา "ภนฺเต ขีณาสวสฺส สารชฺชํ นาม โหตี"ติ อาห. โส ตสฺมึ กาเล อตฺตโน ปุถุชฺชนภาวํ ญตฺวา "อวสฺสโย เม อาวุโส ธมฺมทินฺน โหหี"ติ วตฺวา ปาทมูเล อุกฺกุฏิกํ นิสีทิ. "ภนฺเต ตุมฺหากํ อวสฺสโย ภวิสฺสามิจฺเจวาหํ อาคโต, มา จินฺตยิตฺถา"ติ กมฺมฏฺฐานํ กเถสิ. เถโร กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา จงฺกมํ อารุยฺห ตติเย ปทวาเร อคฺคผลํ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เถโร กิร โทสจริโต อโหสิ.
[๘๘๓] อสฺมิมานนิทฺเทเส รูปํ ๑- อสฺมีติ มาโนติ อหํ รูปนฺติ อุปฺปนฺนมาโน. ฉนฺโทติ มานํ อนุคตจฺฉนฺโทว. ตถา อนุสโย. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโย.
[๘๘๔] มิจฺฉามานนิทฺเทเส ปาปเกน วา กมฺมายตเนนาติอาทีสุ ปาปกํ กมฺมายตนํ นาม เกวฏฺฏมจฺฉพนฺธเนสาทานํ ๒- กมฺมํ. ปาปกํ สิปฺปายตนํ นาม มจฺฉชาลขิปนกุมีนกรเณสุ เจว ปาสโอฑฺฑนสูลาโรปนาทีสุ จ เฉกตา. ปาปกํ วิชฺชาฏฺฐานํ นาม ยา กาจิ ปรูปฆาตวิชฺชา. ปาปกํ สุตํ นาม ภารตยุทฺธสีตาหรณาทิปฏิสํยุตฺตํ. ปาปกํ ปฏิภาณํ นาม ทุพฺภาสิตยุตฺตํ กาพฺพนาฏกวิลปฺปนาทิปฏิภาณํ. ๓- ปาปกํ สีลํ นาม อชสีลํ โคสีลํ. วตมฺปิ อชวตโควตเมว. ปาปิกา ทิฏฺฐิ ปน ทฺวาสฏฺฐิยา ทิฏฺฐิคเตสุ ยา กาจิ ทิฏฺฐิ.