[๖๔๙] คำว่า เป็นเครื่องเศร้าหมองแห่งใจ ได้แก่นิวรณ์ ๕ เหล่านี้เป็นเครื่อง เศร้าหมองแห่งจิต
[๖๕๐] คำว่า ทำปัญญาให้ทราม มีอธิบายว่า ปัญญาที่ยังไม่เกิดขึ้นย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญาที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมดับไป เพราะนิวรณ์ ๕ เหล่านี้ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า ทำปัญญาให้ทราม
[๖๕๑] คำว่า สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว มีอธิบายว่า กาม เป็นไฉน ฉันทะ ชื่อว่า กาม ราคะ ชื่อว่า กาม ฉันทราคะ ชื่อว่า กามสังกัปปะ ชื่อว่า กาม ราคะ ชื่อว่า กาม สังกัปปราคะ ชื่อว่า กาม ธรรมเหล่านี้ เรียกว่า กาม อกุศลธรรมทั้งหลาย เป็นไฉน กามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ วิจิกิจฉา ธรรมเหล่านี้ เรียกว่า อกุศลธรรมทั้งหลาย ภิกษุ สงัดจากกามและอกุศลธรรมเหล่านี้แล้ว ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่าสงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว ด้วยประการฉะนี้
[๖๕๒] คำว่า ประกอบด้วยวิตก วิจาร มีอธิบายว่า วิตก มีอยู่วิจาร มีอยู่ ใน ๒ อย่างนั้น วิตก เป็นไฉน ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ความดำริ ความที่จิตแนบอยู่ในอารมณ์ความที่จิต แนบสนิทอยู่ในอารมณ์ ความยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ สัมมาสังกัปปะ อันใดนี้เรียกว่า วิตก วิจาร เป็นไฉน ความตรอง ความพิจารณา ความตามพิจารณา ความเข้าไปพิจารณาความที่จิตสืบต่อ อารมณ์ ความที่จิตเพ่งดูอารมณ์อยู่เนืองๆ อันใด นี้เรียกว่า วิจาร ภิกษุ เป็นผู้เข้าไปถึงแล้ว ฯลฯ ประกอบแล้ว ด้วยวิตกและวิจารนี้ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า ประกอบด้วยวิตก วิจาร ด้วยประการฉะนี้