[๙๘๐] สัลละ ๕ เป็นไฉน สัลละ ๕ คือ ๑. ราคสัลละ ลูกศรคือราคะ ๒. โทสสัลละ ลูกศรคือโทสะ ๓. โมหสัลละ ลูกศรคือโมหะ ๔. มานสัลละ ลูกศรคือมานะ ๕. ทิฏฐิสัลละ ลูกศรคือทิฏฐิ เหล่านี้เรียกว่า สัลละ ๕

[๙๘๑] เจโตขีละ ๕ เป็นไฉน เจโตขีละ ๕ คือ ๑. บุคคลย่อมเคลือบแคลง สงสัย ไม่ปลงใจเชื่อ ไม่เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า ๒. ย่อมเคลือบแคลง สงสัย ไม่ปลงใจเชื่อ ไม่เลื่อมใสในพระธรรม ๓. ย่อมเคลือบแคลง สงสัย ไม่ปลงใจเชื่อ ไม่เลื่อมใสในพระสงฆ์ ๔. ย่อมเคลือบแคลง สงสัย ไม่ปลงใจเชื่อ ไม่เลื่อมใสในสิกขา ๕. เป็นผู้มีจิตขุ่นเคือง ไม่ชอบใจ มีจิตกระทบกระทั่ง กระด้างกระเดื่องในเพื่อน พรหมจารีบุคคลทั้งหลาย เหล่านี้เรียกว่า เจโตขีละ ๕

[๙๘๒] เจโตวินิพันธะ ๕ เป็นไฉน เจโตวินิพันธะ ๕ คือ ๑. บุคคลเป็นผู้ยังไม่ปราศจากความกำหนัด ยังไม่ปราศจากความพอใจ ยังไม่ปราศจาก ความรักใคร่ ยังไม่ปราศจากความกระหาย ยังไม่ปราศจากความเร่าร้อน ยังไม่ปราศจากความ อยากในกาม ๒. เป็นผู้ยังไม่ปราศจากความกำหนัด ยังไม่ปราศจากความพอใจยังไม่ปราศจากความ รักใคร่ ยังไม่ปราศจากความกระหาย ยังไม่ปราศจากความเร่าร้อน ยังไม่ปราศจากความอยาก ในกาย ๓. เป็นผู้ยังไม่ปราศจากความกำหนัด ยังไม่ปราศจากความพอใจ ยังไม่ปราศจากความ รักใคร่ ยังไม่ปราศจากความกระหาย ยังไม่ปราศจากความเร่าร้อนยังไม่ปราศจากความอยาก ในรูป ๔. บริโภคอาหารเต็มท้องตามความต้องการแล้ว หาความสุขในการนอน หาความสุข ในการพลิกไปมา หาความสุขในการหลับอยู่ ๕. ปรารถนาเป็นเทวดาตนใดตนหนึ่ง แล้วประพฤติพรหมจรรย์ด้วย ผูกใจว่า เราจัก เป็นเทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่ หรือเทวดาผู้มีศักดิ์น้อยตนใดตนหนึ่งด้วยศีลนี้ หรือด้วยตบะนี้ หรือ พรหมจรรย์นี้ เหล่านี้เรียกว่า เจโตวินิพันธะ ๕

[๙๘๓] นิวรณ์ ๕ เป็นไฉน นิวรณ์ ๕ คือ ๑. กามฉันทนิวรณ์ ธรรมอันห้ามกุศลธรรมไม่ให้เกิดขึ้น คือกามฉันทะ ๒. พยาปาทนิวรณ์ ธรรมอันห้ามกุศลธรรมไม่ให้เกิดขึ้น คือพยาบาท ๓. ถีนมิทธนิวรณ์ ธรรมอันห้ามกุศลธรรมไม่ให้เกิดขึ้น คือถีนมิทธะ ๔. อุทธัจจกุกกุจจนิวรณ์ ธรรมอันห้ามกุศลธรรมไม่ให้เกิดขึ้น คือ อุทธัจจกุกกุจจะ ๕. วิจิกิจฉานิวรณ์ ธรรมอันห้ามกุศลธรรมไม่ให้เกิดขึ้น คือวิจิกิจฉา เหล่านี้เรียกว่า นิวรณ์ ๕

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๓๔๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “ปัญจกนิเทศ