[๑๐๗๗] ธาตุ ๑๘ เป็นไฉน คือ จักขุธาตุ รูปธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ โสตธาตุ สัททธาตุ โสตวิญญาณธาตุ ฆานธาตุ คันธธาตุ ฆานวิญญาณธาตุ ชิวหาธาตุ รสธาตุ ชิวหาวิญญาณธาตุ กายธาตุ โผฏฐัพพธาตุ กายวิญญาณธาตุ มโนธาตุ ธัมมธาตุมโนวิญญาณธาตุ เหล่านี้เรียกว่า ธาตุ ๑๘

[๑๐๗๘] สัจจะ ๔ เป็นไฉน คือ ทุกขสัจจะ สมุทยสัจจะ มัคคสัจจะ นิโรธสัจจะ เหล่านี้เรียกว่า สัจจะ ๔

[๑๐๗๙] อินทรีย์ ๒๒ เป็นไฉน คือ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์ กายินทรีย์ มนินทรีย์ อิตถินทรีย์ ปุริสนทรีย์ ชีวิตินทรีย์ สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์ เหล่านี้เรียกว่า อินทรีย์ ๒๒

[๑๐๘๐] เหตุ ๙ เป็นไฉน คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓ ในเหตุ ๙ เหล่านั้น กุศลเหตุ ๓ เป็นไฉน คือ กุศลเหตุ คือ อโลภะ กุศลเหตุ คือ อโทสะ กุศลเหตุ คือ อโมหะ เหล่านี้ เรียกว่า กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ เป็นไฉน คือ อกุศลเหตุ คือ โลภะ อกุศลเหตุ คือ โทสะ อกุศลเหตุ คือ โมหะเหล่านี้เรียกว่า อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓ เป็นไฉน คือ อโลภะ อโทสะ อโมหะ ฝ่ายวิบากแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย หรือในกิริยาอัพยากต ธรรมทั้งหลาย เหล่านี้เรียกว่า อัพยากตเหตุ

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๓๗๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “สัพพสังคาหิกวาร