[๒๓๕] สัจจะ ๒ เป็นนทัสสนปหาตัพพะ สัจจะ ๒ เป็นทัสสนปหาตัพพะก็มี เป็น นทัสสนปหาตัพพะก็มี สัจจะ ๒ เป็นนภาวนาปหาตัพพะสัจจะ ๒ เป็นภาวนาปหาตัพพะก็มี เป็นนภาวนาปหาตัพพะก็มี สัจจะ ๒ เป็นนทัสสนปหาตัพพเหตุกะ สัจจะ ๒ เป็นทัสสนปหา ตัพพเหตุกะก็มี เป็นนทัสสนปหาตัพพเหตุกะก็มี สัจจะ ๒ เป็นนภาวนาปหาตัพพเหตุกะ สัจจะ ๒เป็นภาวนาปหาตัพพเหตุกะก็มี เป็นนภาวนาปหาตัพพเหตุกะก็มี สมุทยสัจ เป็น สวิตักกะ นิโรธสัจ เป็นอวิตักกะ สัจจะ ๒ เป็นสวิตักกะก็มี เป็นอวิตักกะก็มีสมุทยสัจ เป็นสวิจาระ นิโรธสัจ เป็นอวิจาระ สัจจะ ๒ เป็นสวิจาระก็มี เป็นอวิจาระก็มี นิโรธสัจเป็นอัปปีติกะ สัจจะ ๓ เป็นสัปปีติกะก็มี เป็นอัปปีติกะก็มี นิโรธสัจ เป็นนปีติสหคตะ สัจจะ ๓ เป็นปีติสหคตะก็มี เป็นนปีติสหคตะก็มี นิโรธสัจ เป็นนสุขสหคตะ สัจจะ ๓ เป็น สุขสหคตะก็มี เป็นนสุขสหคตะก็มี นิโรธสัจ เป็นนอุเปกขาสหคตะ สัจจะ ๓ เป็นอุเปกขาสหคตะ ก็มี เป็นนอุเปกขาสหคตะก็มี สมุทยสัจ เป็นกามาวจร สัจจะ ๒ เป็นนกามาวจรทุกขสัจ เป็น กามาวจรก็มี เป็นนกามาวจรก็มี สัจจะ ๓ เป็นนรูปาวจร ทุกขสัจเป็นรูปาวจรก็มี เป็นนรูปาวจรก็มี สัจจะ ๓ เป็นนอรูปาวจร ทุกขสัจ เป็นอรูปาวจรก็มี เป็นนอรูปาวจรก็มี สัจจะ ๒ เป็นปริยาปันนะ สัจจะ ๒ เป็นอปริยาปันนะ มัคคสัจ เป็นนิยยานิกะ สัจจะ ๓ เป็นอนิยยานิกะ มัคคสัจ เป็นนิยตะ นิโรธสัจ เป็นอนิยตะ สัจจะ ๒ เป็นนิยตะก็มี เป็นอนิยตะก็มี สัจจะ ๒ เป็นสอุตตระ สัจจะ ๒ เป็นอนุตตระ สมุทยสัจ เป็นสรณะ สัจจะ ๒ เป็นอรณะ ทุกขสัจ เป็นสรณะก็มี เป็นอรณะก็มี ฉะนี้แล ปัญหาปุจฉกะ จบ สัจจวิภังค์ จบบริบูรณ์ ๕. อินทริยวิภังค์