ฉักกนิเทศ
เล่มที่ ๓๕ · ข้อ ๙๙๑ · บรรทัด ๑๓๐๙๒
อ่านเนื้อความ
ตัวบทข้างล่างคัดมาจาก 84000.org ตามตำแหน่งที่ระบุไว้ข้างบน สลับฉบับได้จากปุ่ม ส่วนอรรถกถาและฉบับมหาจุฬาฯ อยู่ที่ต้นทาง
[๙๙๑] ในฉักกมาติกาเหล่านั้น วิวาทมูล ๖ เป็นไฉน ความโกรธ ความหลบหลู่คุณท่าน ความริษยา ความโอ้อวด ความปราถนาลามก ความยึดถือแต่ความเห็นของตนเหล่านี้เรียกว่า วิวาทมูล ๖
[๙๙๒] ฉันทราคเคหสิตธรรม ๖ เป็นไฉน ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิต อันอิงอาศัยกามคุณ ในรูปที่น่าชอบใจ ฯลฯ ในเสียงที่น่าชอบใจ ฯลฯ ในกลิ่นที่น่าชอบใจ ฯลฯ ในรสที่น่าชอบใจ ฯลฯ ในโผฏฐัพพะที่น่าชอบใจ ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนัก แห่งจิตอันอิงอาศัยกามคุณ ในธรรมารมณ์ที่น่าชอบใจเหล่านี้เรียกว่า ฉันทราคเคหสิต ธรรม ๖
[๙๙๓] วิโรธวัตถุ ๖ เป็นไฉน ความอาฆาต ความกระทบกระทั่งแห่งจิต ฯลฯ ความดุร้าย ความปากร้าย ความ ไม่แช่มชื่นแห่งจิต ในรูปที่ไม่น่าชอบใจ ฯลฯ ในเสียงที่ไม่น่าชอบใจ ฯลฯ ในกลิ่นที่ไม่น่า ชอบใจ ฯลฯ ในรสที่ไม่น่าชอบใจ ฯลฯ ในโผฏฐัพพะที่ไม่น่าชอบใจ ความอาฆาต ความกระ ทบกระทั่งแห่งจิต ฯลฯความดุร้าย ความปากร้าย ความไม่แช่มชื่นแห่งจิต ในธรรมารมณ์ ที่ไม่น่าชอบใจเหล่านี้เรียกว่า วิโรธวัตถุ ๖
[๙๙๔] ตัณหากาย ๖ เป็นไฉน รูปตัณหา สัททตัณหา คันธตัณหา รสตัณหา โผฏฐัพพตัณหา ธัมมตัณหา เหล่านี้เรียกว่า ตัณหากาย ๖
[๙๙๕] อคารวะ ๖ เป็นไฉน บุคคลไม่เคารพ ไม่เชื่อฟังในพระศาสดา ประพฤติเป็นไปอยู่ ฯลฯในพระธรรม ประพฤติเป็นไปอยู่ ฯลฯ ในพระสงฆ์ ประพฤติเป็นไปอยู่ ฯลฯในสิกขา ประพฤติเป็น ไปอยู่ ฯลฯ ในความไม่ประมาท ประพฤติเป็นไปอยู่บุคคลไม่เคารพ ไม่เชื่อฟังใน การปฏิสันถาร ประพฤติเป็นไปอยู่เหล่านี้เรียกว่า อคารวะ ๖
[๙๙๖] ปริหานิยธรรม ๖ เป็นไฉน ความยินดีในการก่อสร้าง ความยินดีในการสนทนา ความยินดีในการหลับนอน ความยินดีในการคลุกคลีด้วยหมู่ ความยินดีในการอยู่ร่วมกัน ความยินดีในธรรมเป็นเหตุให้ เนิ่นช้าเหล่านี้เรียกว่า ปริหานิยธรรม ๖
[๙๙๗] ปริหานิยธรรม ๖ อีกนัยหนึ่ง เป็นไฉน ความยินดีในการก่อสร้าง ความยินดีในการสนทนา ความยินดีในการหลับนอน ความยินดี ในการคลุกคลีด้วยหมู่ ความเป็นผู้ว่ายาก ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว เหล่านี้เรียกว่า ปริหานิย ธรรม ๖
[๙๙๘] โสมนัสสุปวิจาร ๖ เป็นไฉน เห็นรูปด้วยตาแล้ว ครุ่นคิดถึงรูปอันเป็นที่ตั้งแห่งโสมนัส ฟังเสียงด้วยหูแล้ว ฯลฯ ดมกลิ่นด้วยจมูกแล้ว ฯลฯ ลิ้มรสด้วยลิ้นแล้ว ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกายแล้ว ฯลฯ รู้ธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ครุ่นคิดถึงธรรมารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งโสมนัสเหล่านี้เรียกว่า โสม นัสสุปวิจาร ๖
[๙๙๙] โทมนัสสุปวิจาร ๖ เป็นไฉน เห็นรูปด้วยตาแล้ว ครุ่นคิดถึงรูปอันเป็นที่ตั้งแห่งโทมนัส ฟังเสียงด้วยหูแล้ว ฯลฯ ดมกลิ่นด้วยจมูกแล้ว ฯลฯ ลิ้มรสด้วยลิ้นแล้ว ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกายแล้ว ฯลฯ รู้ธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ครุ่นคิดถึงธรรมารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งโทมนัส เหล่านี้เรียกว่า โทมนัสสุปวิจาร ๖
[๑๐๐๐] อุเปกขุปวิจาร ๖ เป็นไฉน เห็นรูปด้วยตาแล้ว ครุ่นคิดถึงรูปอันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขา ฟังเสียงด้วยหูแล้ว ฯลฯ ดมกลิ่นด้วยจมูกแล้ว ฯลฯ ลิ้มรสด้วยลิ้นแล้ว ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกายแล้ว ฯลฯ รู้ธรรมารมณ์ ด้วยใจแล้ว ครุ่นคิดถึงธรรมารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขา เหล่านี้เรียกว่า อุเปกขุปวิจาร ๖
[๑๐๐๑] เคหสิตโสมนัส ๖ เป็นไฉน ความสบายทางใจ ความสุขทางใจ ความเสวยอารมณ์ที่สบายเป็นสุขอันเกิดแต่เจโต สัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่สบายเป็นสุขอันเกิดแต่เจโตสัมผัส อันอิงอาศัยกามคุณ ในรูปอัน เป็นที่ชอบใจ ฯลฯ ในเสียงอันเป็นที่ชอบใจ ฯลฯ ในกลิ่นอันเป็นที่ชอบใจ ฯลฯ ในรสอันเป็น ที่ชอบใจ ฯลฯ ในโผฏฐัพพะอันเป็นที่ชอบใจ ความสบายทางใจ ความสุขทางใจ ความเสวย อารมณ์ที่สบายเป็นสุขอันเกิดแต่เจโตสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่สบายเป็นสุขอันเกิดแต่เจโต สัมผัสอันอิงอาศัยกามคุณ ในธรรมารมณ์อันเป็นที่ชอบใจเหล่านี้เรียกว่า เคหสิต โสมนัส ๖
[๑๐๐๒] เคหสิตโทมนัส ๖ เป็นไฉน ความไม่สบายทางใจ ความทุกข์ทางใจ ความเสวยอารมณ์ที่ไม่สบายเป็นทุกข์อันเกิดแต่ เจโตสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่ไม่สบายเป็นทุกข์อันเกิดแต่เจโตสัมผัส อันอิงอาศัยกามคุณ ในรูปอันไม่เป็นที่ชอบใจ ฯลฯ ในเสียงอันไม่เป็นที่ชอบใจ ฯลฯ ในกลิ่นอันไม่เป็นที่ชอบใจ ฯลฯ ในรสอันไม่เป็นที่ชอบใจ ฯลฯในโผฏฐัพพะอันไม่เป็นที่ชอบใจ ความไม่สบายทางใจ ความ ทุกข์ทางใจ ความเสวยอารมณ์ที่ไม่สบายเป็นทุกข์อันเกิดแต่เจโตสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่ไม่ สบายเป็นทุกข์อันเกิดแต่เจโตสัมผัส อันอิงอาศัยกามคุณ ในธรรมารมณ์อันไม่เป็นที่ชอบใจ เหล่านี้เรียกว่า เคหสิตโทมนัส ๖
[๑๐๐๓] เคหสิตอุเปกขา ๖ เป็นไฉน ความสบายทางใจก็ไม่ใช่ ความไม่สบายทางใจก็ไม่ใช่ ความเสวยอารมณ์ที่ไม่ทุกข์ไม่สุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่ไม่ทุกข์ไม่สุขอันเกิดแต่เจโตสัมผัส อันอิงอาศัย กามคุณ ในรูปอันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขา ฯลฯ ในเสียงอันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขา ฯลฯ ในกลิ่น อันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขา ฯลฯ ในรสอันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขา ฯลฯ ในโผฏฐัพพะอันเป็นที่ตั้ง แห่งอุเบกขา ความสบายทางใจก็ไม่ใช่ ความไม่สบายทางใจก็ไม่ใช่ ความเสวยอารมณ์ที่ไม่ทุกข์ ไม่สุขอันเกิดแต่เจโตสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่ไม่ทุกข์ไม่สุขอันเกิดแต่เจโตสัมผัส อันอิงอาศัย กามคุณ ในธรรมารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขาเหล่านี้เรียกว่า เคหสิตอุเปกขา ๖
[๑๐๐๔] ทิฏฐิ ๖ เป็นไฉน ความเห็นเกิดขึ้นแก่ผู้นี้โดยแน่แท้มั่นคงว่า อัตตาของเรามีอยู่ ดังนี้บ้างความเห็น เกิดขึ้นแก่ผู้นี้โดยแน่แท้มั่นคงว่า อัตตาของเราไม่มี ดังนี้บ้าง ความเห็นเกิดขึ้นแก่ผู้นี้โดยแน่แท้ มั่นคงว่า เรารู้จักอัตตาด้วยอัตตา ดังนี้บ้าง ความเห็นเกิดขึ้นแก่ผู้นี้โดยแน่แท้มั่นคงว่า เรารู้จัก อนัตตาด้วยอัตตา ดังนี้บ้าง ความเห็นเกิดขึ้นแก่ผู้นี้โดยแน่แท้มั่นคงว่า เรารู้จักอัตตาด้วยอนัตตา ดังนี้บ้าง ความเห็นเกิดขึ้นแก่ผู้นี้โดยแน่แท้มั่นคงว่า อัตตาของเรานี้นั้นเป็นผู้กล่าว เป็นผู้เสวย ย่อมเสวยผลแห่งความดีและความชั่วในภพนั้นๆ สิ้นกาลนาน อัตตานั้นไม่เกิด ไม่ได้มีมาแล้ว ในอดีต อัตตานั้นไม่เกิด จักไม่มีในอนาคต อัตตาเป็นของเที่ยง ยั่งยืนมั่นคง ไม่แปรผัน ดังนี้บ้าง เหล่านี้เรียกว่า ทิฏฐิ ๖ สัตตกนิเทศ
ฉบับหลวง เล่มที่ ๓๕ ข้อ ๙๙๑ หน้าที่ ๔๖๖ · ที่มา 84000.org
อรรถกถาของเล่มนี้ค้นได้ด้วย ⌘K แต่ไม่ได้พิมพ์ไว้ตรงนี้ เพราะสิ่งที่เก็บไว้เป็นอรรถกถาของทั้งเล่ม ไม่ใช่ของหัวข้อนี้โดยเฉพาะ — กดปุ่มอรรถกถาข้างล่างเพื่อไปยังจุดที่ตรงกับหัวข้อนี้ที่ 84000.org
หัวข้ออื่นในเอกกนิเทศเป็นต้น
- เอกกนิเทศข้อ ๘๖๐ · บรรทัด ๑๑๘๒๑
- ทุกนิเทศข้อ ๙๐๘ · บรรทัด ๑๒๑๗๔
- ติกนิเทศข้อ ๙๒๖ · บรรทัด ๑๒๓๓๕
- จตุกกนิเทศข้อ ๙๖๑ · บรรทัด ๑๒๗๙๓
- ปัญจกนิเทศข้อ ๙๗๖ · บรรทัด ๑๒๙๑๑
- สัตตกนิเทศข้อ ๑๐๐๕ · บรรทัด ๑๓๑๙๐
- อัฏฐกนิเทศข้อ ๑๐๑๒ · บรรทัด ๑๓๒๘๑
- นวกนิเทศข้อ ๑๐๒๐ · บรรทัด ๑๓๔๒๑
- ทสกนิเทศข้อ ๑๐๒๖ · บรรทัด ๑๓๕๐๗
- อัฏฐารสกนิเทศข้อ ๑๐๓๓ · บรรทัด ๑๓๖๐๐
- ทิฏฐิ ๖๒ข้อ ๑๐๗๒ · บรรทัด ๑๓๘๙๗