๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส
อรรถกถาสัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส
บัดนี้ เพื่อจำแนกบท สัมปโยคะ วิปปโยคะ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงเริ่มคำว่า "รูปกฺขนฺโธ" เป็นอาทิ. ในนิทเทสนั้น บทใดย่อมได้ บทใดย่อมไม่ได้ บททั้งหมดนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาเพื่อปุจฉา. แต่ในการวิสัชนา บทใดย่อมไม่ได้ บทนั้นพระองค์ปฏิเสธว่า "นตฺถิ" (ไม่มี). การประกอบซึ่งกันและกันของรูปขันธ์ทั้งหลายนั่นแหละ อันเกิดขึ้นในสันดานหนึ่ง ในขณะหนึ่ง อันมีส่วนเสมอด้วยอรูปขันธ์ ๔ นั่นแหละ ย่อมได้จากพระบาลีว่า "จตูหิ สมฺปโยโค จตูหิ วิปฺปโยโค สภาโค วิสภาโค" ดังนี้.
ก็ชื่อว่าสัมปโยคะ (คือการประกอบ) ของรูปทั้งหลาย กับด้วยรูปหรือด้วยนิพพาน และสัมปโยคะของนิพพานกับด้วยรูป ย่อมไม่มี. โดยทำนองเดียวกัน การประกอบของรูป และนิพพานกับด้วยอรูปขันธ์ทั้งหลาย ก็ย่อมไม่มี เพราะว่า ธรรมเหล่านั้นมีส่วนไม่เสมอกันกับธรรมเหล่านั้น.
ก็การประกอบอรูปขันธ์ทั้งหลาย กับด้วยรูปหรือนิพพาน ย่อมไม่มีฉันใด การประกอบอรูปขันธ์ทั้งหลาย กับแม้ด้วยอรูปธรรมทั้งหลาย อันมีสันดานแยกกัน มีขณะต่างๆ กัน ก็ไม่มีนั่นแหละ. ด้วยว่า ธรรมแม้เหล่านั้นเป็นวิสภาคะแก่ธรรมเหล่านั้น โดยความเป็นวิสภาคะโดยสันดานและขณะนั่นแหละ. ก็แต่ความเป็นวิสภาคะนี้ ไม่มีในสังคหนัย (คือนัยที่สงเคราะห์เข้ากันได้) เพราะผิดด้วยอรรถแห่งการสงเคราะห์.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที