สมัยก็ดี อสมัยก็ดี ของท่านผู้เข้าสมาบัติ ๘ ภายนอกพระพุทธศาสนา มีอยู่, สมัยหรืออสมัยของท่านผู้พ้นด้วยมรรควิโมกข์ย่อมไม่มี. ศรัทธาของบุคคลใดมีกำลังและวิปัสสนาอันบุคคลใดปรารภแล้ว มีอยู่ แต่การแทงตลอดมรรคและผลของผู้นั้น ซึ่งกำลังเดิน, ยืน, นั่ง, นอน, เคี้ยวและบริโภค ไม่มี เพราะฉะนั้น สมัยหรืออสมัยของผู้พ้นด้วยมรรควิโมกข์ จึงไม่มี.
ดังนั้น ข้อว่า "มคฺควิโมกฺเขน วิมุจฺจนสฺส สมโย วา อสมโย วา นตฺถิ" นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงเป็นธรรมราชา ทรงรวบรวมบุคคลทั้งหลายที่พระองค์ทรงถือเอาและไม่ทรงถือเอาในหนหลัง แล้วยกขึ้นสู่แบบแผนอันเป็นปิฏฐิวัฏฏกะนี้. ทั้งปุถุชนผู้ได้สมาบัติ ๘ พระองค์ก็มิได้ ทรงพระประสงค์เอาด้วยแบบแผนนี้เลย แต่ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงจำแนกบุคคลผู้ได้สมาบัติ ๘ นั้น ก็พึงจำแนกซึ่งความเป็นสมยวิมุตตบุคคลด้วยอำนาจกิเลสที่ท่านข่มไว้แล้วด้วยสมาบัติ.
[ฉบับมหาจุฬาฯ]
[๒] ก็ในนิทเทสว่า อสมยวิมุตฺโต พึงทราบเช่นกับคำก่อน โดยนัยที่กล่าวแล้วนั่นเทียว
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที