อนึ่ง คำว่า อสมยวิมุตฺโต นี้ ในที่นี้เป็นชื่อของพระอรหันต์สุกขวิปัสสก แต่ว่าพระอรหันต์สุกขวิปัสสก พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ ผู้ได้สมาบัติ ๘ และปุถุชน ย่อมไม่ได้ในทุกะนี้ (ทุกะนี้คือ สมยวิมุตฺโต อสมยวิมุตฺโต) ฉะนั้น จึงชื่อว่าทุกมุตตกบุคคล เพราะฉะนั้น พระศาสดาจึงทรงรวบรวมบุคคลทั้งหลายที่พระองค์ทรงถือเอา และไม่ทรงถือเอาในหนหลังแล้วยกขึ้นสู่แบบแผนพร้อมกับด้วยปิฏฐิวัฏฏกบุคคลทั้งหลาย คือ ผู้หมุนไปข้างหลัง เพราะความที่พระองค์เป็นผู้มีปัญญาเป็นเครื่องตรัสรู้แล้วด้วยดี จึงตรัสคำเป็นต้นว่า แม้ทั้งหมด เป็นพระอริยบุคคล (สพฺเพปิ อริยปุคฺคลา)

บรรดาคำเหล่านั้น คำว่า อริยวิโมกข์ (อริเย วิโมกฺเข) ได้แก่ วิโมกข์อันเป็นโลกุตตระอันถึงซึ่งการนับว่าเป็นอริยะ เพราะไกลจากกิเลสทั้งหลาย

ข้อนี้มีคำอธิบายไว้ว่า

สมัยก็ดี อสมัยก็ดี ของท่านผู้เข้าสมาบัติ ๘ ภายนอกพระพุทธศาสนา มีอยู่ สมัยหรืออสมัยของท่านผู้พ้นด้วยมรรควิโมกข์ย่อมไม่มี ศรัทธาของบุคคลใดมีกำลัง และวิปัสสนาอันบุคคลใดปรารภแล้วมีอยู่ แต่การแทงตลอดมรรคและผลของผู้นั้น ซึ่งกำลังเดิน ยืน นั่ง นอน เคี้ยว และบริโภคไม่มี เพราะฉะนั้น สมัยหรืออสมัยของผู้พ้นด้วยมรรควิโมกข์ จึงไม่มี

เล่มที่ ๓๖ ธาตุกถา-ปุคคลบัญญัติ๒๑๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “เอกกนิทเทส”