พระโยคีย่อมปรารถนาจะเข้าบ้าง ออกบ้างซึ่งสมาบัติใดๆ ในที่ใดๆ ตลอดกาลนานมีประมาณเท่าใด ย่อมไม่อาจเพื่อจะเข้าบ้าง ออกบ้างซึ่งสมาบัตินั้นๆ ในที่นั้นๆ ตลอดกาลนานมีประมาณเท่านั้น คือ แลดูพระจันทร์ หรือพระอาทิตย์แล้วกำหนดว่า "เมื่อพระจันทร์ หรือพระอาทิตย์นี้ไปสู่ที่มีประมาณเท่านี้แล้ว ข้าพเจ้าจะออกจากสมาบัติ" แล้วก็เข้าฌาน ย่อมไม่อาจเพื่อจะออกตามที่กำหนดไว้ ย่อมออกในระหว่างเทียว เพราะตนเป็นผู้ไม่ชำนาญในสมาบัติ.

บทว่า "ปมาทมาคมฺม" ได้แก่ อาศัยความประมาท.

คำว่า "อยํ วุจฺจติ" ได้แก่ บุคคล ๓ จำพวก คือปุถุชนผู้ได้สมาบัติ ๘ พระโสดาบัน พระสกทาคามี บุคคลเหล่านี้ ท่านเรียกว่า "กุปฺปธมฺโม" แปลว่า ผู้มีธรรมอันกำเริบ.

ก็คำว่า "กุปฺปธมฺโม" นี้เป็นชื่อของบุคคล ๓ จำพวกนั้น. ก็ธรรมทั้งหลาย อันเป็นข้าศึกต่อสมาธิ และวิปัสสนาของท่านเหล่านั้น ท่านข่มไว้ไม่ดี ชำระล้างไว้ไม่ดี เพราะฉะนั้นสมาบัติของท่านเหล่านั้นจึงพินาศไป เสื่อมไป.

เล่มที่ ๓๖ ธาตุกถา-ปุคคลบัญญัติ๒๒๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “เอกกนิทเทส”