คำว่า "พเลสุ วสีภาวํ" ได้แก่ ย่อมถึงความเป็นผู้ชำนาญในการประพฤติพระสัพพัญญุตญาณและทศพลญาณทั้งหลาย. ก็กิจอื่น ชื่อว่าควรกระทำย่อมไม่มีแก่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จำเดิมแต่การบรรลุพระสัพพัญญุตญาณและพระทศพลญาณ. เหมือนอย่างว่า อิสริยยศทั้งหมดใครๆ ไม่ควรกล่าวว่า ชื่อว่าอิสริยยศนี้ไม่มาถึงแก่ขัตติยกุมารผู้อุภโตสุชาติ จำเดิมแต่การได้อภิเษก อิสริยยศนี้ย่อมเป็นธรรมชาติมาแล้วทั้งสิ้น ฉันใด ชื่อว่าคุณนี้อันใครๆ ไม่ควรกล่าวว่า ไม่มาถึงแล้วแก่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย, พระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่แทงตลอดแล้ว, และไม่ประจักษ์แก่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จำเดิมแต่การบรรลุอรหัตมรรค คุณคือพระสัพพัญญุตญาณแม้ทั้งปวง ชื่อว่ามาแล้ว พระพุทธเจ้าได้แทงตลอดแล้ว กระทำให้ประจักษ์แล้ว ฉันนั้นเหมือนกัน.
คำว่า "อยํ วุจฺจติ" ความว่า บุคคลนี้ ได้แก่บุคคลผู้มีสัพพัญญูคุณอันแทงตลอดแล้วด้วยอริยมรรค โดยอานุภาพแห่งความสำเร็จแล้ว ด้วยบารมีอันบริบูรณ์ด้วยประการฉะนี้ ท่านจึงเรียกว่า "สัมมาสัมพุทโธ". จบอรรถกถาสัมมาสัมพุทธบุคคล.
อรรถกถาปัจเจกสัมพุทธบุคคล
วินิจฉัยในนิเทศแห่งปัจเจกสัมพุทธบุคคล.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที