คำว่า "น วิสชฺเชติ" ได้แก่ กระทำให้เป็นของๆ ตน ไม่ให้แก่ผู้อื่น แต่เมื่อมีอดิเรกลาภ (ของเหลือ) ก็ไม่เก็บไว้ ย่อมถวายแก่ภิกษุอื่นเสีย ข้อนี้ มีคำอธิบายไว้ดังนี้ คือ.
ก็ภิกษุใดแลมีจีวรเก่าแล้ว ได้ผ้าสาฎกจากตระกูลอุปัฏฐาก หรือตระกูลญาติ กระทำให้เป็นจีวร ใช้ไม่ยอมทิ้ง แม้ปะแล้วก็ยังใช้ห่มอยู่ เมื่อตระกูลเหล่านั้นถวายให้ใหม่ก็ไม่รีบรับโดยเร็ว (หมายถึงมีการพิจารณา) นี้พวกหนึ่ง อีกพวกหนึ่ง นั้นคือ ภิกษุใดใช้จีวรที่ได้แล้วๆ ด้วยตนเอง ย่อมไม่ถวายแก่ภิกษุเหล่า อื่นภิกษุแม้ทั้ง ๒ พวกนี้ใครๆ ก็อาจให้อิ่มได้โดยง่าย เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า สุตตัปปยา แปลว่า อันผู้อื่นให้อิ่มได้โดยง่าย.
คำว่า "อาสวา" ได้แก่ กิเลสทั้งหลาย.
คำว่า "น กุกฺกุจฺจายิตพฺพํ กุกฺกุจฺจายติ" ความว่า ย่อมประพฤติรังเกียจสิ่งที่ไม่ควรรังเกียจ เช่น ภิกษุได้เนื้อสุกรแล้วประพฤติรังเกียจว่า เป็นเนื้อหมี, ได้เนื้อมฤคแล้วประพฤติรังเกียจว่า เป็นเนื้อเสือเหลือง, เมื่อกาล (แห่งภัต) ยังมีอยู่ ย่อมประพฤติรังเกียจว่า กาลไม่มี, ไม่ถูกห้าม แต่ประพฤติรังเกียจว่า เราถูกห้ามเสียแล้ว เมื่อละอองธุลียังไม่ตกไปในบาตรเลย ย่อมประพฤติรังเกียจว่าละอองธุลีตกไปแล้ว, เมื่อเขายังไม่กระทำเนื้อปลาอุทิศต่อตน ก็ประพฤติรังเกียจว่า เขากระทำเนื้อปลาอุทิศต่อเรา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที