อธิบายว่า ผู้มีสมาจารอันผู้อื่นเห็นโทษอย่างใดอย่างหนึ่งอันไม่สมควรแล้วระแวงอย่างนี้ กรรมนี้จักเป็นของอันภิกษุนี้กระทำแล้ว หรือมีสมาจารอันตนพึงระลึกได้ด้วยความระแวงของตนนั่นแหละ ชื่อว่าผู้มีสมาจารอันน่าระแวง. ก็เพราะเขาเห็นพวกภิกษุประชุมปรึกษากันถึงกิจอย่างใดอย่างหนึ่งนั่นแหละ ในที่เป็นที่พักกลางวันเป็นต้น เขาจึงมีสมาจารอันน่าระแวงสงสัยอย่างนี้ว่า พวกภิกษุเหล่านี้รู้กรรมที่เรากระทำหรือ จึงปรึกษากันอยู่.

บทว่า "ปฏิจฺฉนฺนกมฺมนฺโต" ได้แก่ ประกอบด้วยธรรมอันลามก อันสมควรแก่การปกปิด.

สองบทว่า "อสฺสมโณ สมณปฏิญฺโญ" ความว่า ผู้มิได้เป็นสมณะเลย แต่ปฏิญาณอย่างนี้ว่า เราเป็นสมณะ เพราะเป็นผู้มีคุณธรรมอันควรแก่ความเป็นสมณะ.

สองบทว่า "อพฺรหฺมจารี พฺรหฺมจารีปฏิญฺโญ" ความว่า ก็ภิกษุผู้ทุศีลนั้นเห็นเพื่อนสหธรรมิกผู้เป็นพรหมจารี ผู้ประพฤติธรรมอันประเสริฐ นุ่งห่มเรียบร้อย ทรงบาตรงดงามเที่ยวไปเพื่อบิณฑบาตในบ้าน (คาม) นิคมชนบท และราชธานีทั้งหลายแล้วสำเร็จการเลี้ยงชีพอยู่ แม้ตนเองก็ปฏิบัติเช่นนั้น โดยอาการเช่นนั้น ย่อมเป็นเหมือนกับให้ปฏิญญาว่า "ข้าพเจ้าเป็นพรหมจารี" กล่าวว่า ข้าพเจ้าเป็นภิกษุแล้วเข้าไปสู่โรงอุโบสถเป็นต้น ย่อมปฏิญญาว่าตนเป็นพรหมจารีบุคคล นั่นแหละ. บุคคลผู้ถือเอาลาภอันเป็นของสงฆ์ก็เหมือนกัน.

เล่มที่ ๓๖ ธาตุกถา-ปุคคลบัญญัติ๓๒๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “ติกนิทเทส”