สองบทว่า "อยํ วุจฺจติ" ความว่า บุคคลนี้ คือผู้เห็นปานนี้ ท่านเรียกว่า วชฺชพหุโล แปลว่า ผู้มากด้วยโทษ เพราะเหตุที่โทษนั่นแหละเป็นของมีมาก เพราะเป็นกรรมอันประกอบไว้ด้วยไตรทวาร.
เหมือนอย่างว่า ดอกไม้ทั้งหลายมีสีไม่สวย ทั้งมีกลิ่นเหม็น บุคคลกระทำไว้ให้เป็นกองมีอยู่ในประเทศแห่งหนึ่ง วัตถุทั้งหลายมีแผ่นผ้าเป็นต้นที่เขาโยนไป พึงตกไปบนกองดอกไม้อันมีกลิ่นเหม็นนั้นในที่นั้นๆ ทำให้มีกลิ่นเหม็นฉันใด บุคคลนี้ คือผู้เห็นปานนี้ บัณฑิตพึงทราบฉันนั้น (หรือ) เหมือนอย่างว่า วัตถุทั้งหลายมีแผ่นผ้าเป็นต้นที่เขากระทำให้เป็นกอง พึงมีในประเทศแห่งหนึ่ง ดอกไม้ทั้งหลายมีดอกพุทราเป็นต้นที่มีสีไม่งาม มีกลิ่นเหม็น พึงตกไปบนกองแห่งผ้านั้นในที่นั้นๆ ฉันใด บุคคลที่ ๓ นี้ คือผู้เห็นปานนี้ บัณฑิตพึงทราบฉันนั้น. แต่ว่าบุคคลที่ ๔ บัณฑิตพึงเห็นดุจถาดทองคำอันเต็มแล้วด้วยมธุรสทั้ง ๔ เพราะความที่กรรมอันประกอบด้วยไตรทวารเป็นของหาโทษมิได้.
บรรดาบุคคล ๔ จำพวกเหล่านั้น คือ สาวชฺโช ผู้มีโทษ ๑ วชฺชพหุโล ผู้มีโทษมาก ๑ อปฺปสาวชฺโช ผู้มีโทษน้อย ๑ อนวชฺโช ผู้ไม่มีโทษ ๑, บุคคลพวกที่ ๑ จัดเป็นอันธพาลปุถุชน คือปุถุชนผู้ทั้งบอดทั้งโง่. พวกที่ ๒ จัดเป็นโลกิยปุถุชน ผู้กระทำกุศลในระหว่างๆ. พวกที่ ๓ ได้แก่ พระโสดาบัน. แม้พระสกทาคามี พระอนาคามี ก็สงเคราะห์ด้วยบุคคลจำพวกที่ ๓. พวกที่ ๔ ได้แก่พระขีณาสพ.
จริงอยู่ พระขีณาสพนั้น ชื่อว่า อนวชฺโช แปลว่า ผู้ไม่มีโทษเลย ข้อนี้เป็นนัยแห่งอรรถกถาอังคุตตรนิกาย. อรรถกถาบุคคลผู้อุคฆฏิตัญญูเป็นต้น
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที