ก็ในบุคคลเหล่านี้ บุคคลจำพวกที่ ๑ พิจารณาปัญหาสิ้นเวลาเพียงเล็กน้อยแล้วจึงเพ่งปัญหาได้ถูกต้องนั่นเทียว เหมือนพระจูฬนาคเถระผู้ทรงพระไตรปิฎก ได้ยินว่า พระเถระนั้นถูกเขาถามปัญหา ท่านกำหนดปัญหาได้ถูกต้องและเหมาะสมทีเดียว.

บุคคลจำพวกที่ ๒ ย่อมห้ามปัญหาในระหว่างที่เขาถามนั่นแหละ ด้วยถ้อยคำอย่างใดอย่างหนึ่ง แม้ท่านพิจารณาปัญหาแล้วก็ยังตีความหมายปัญหาได้ไม่เหมาะสม เหมือนพระติสสเถระผู้ฉลาดเพียงนิกาย ๔ นัยว่า พระเถระนั้นถูกเขาถามปัญหาแล้ว ท่านรอคอยแม้การสิ้นสุดลงแห่งปัญหา แล้วท่านก็ตอบส่งๆ ไป ก็เนื้อความแห่งถ้อยคำที่ท่านพิจารณาอยู่ย่อมไม่สอดคล้องในที่ไหนๆ.

บุคคลจำพวกที่ ๓ ท่านเพ่งเนื้อความอันสมควรแก่เวลาแห่งปัญหานั่นแหละ ย่อมตอบคำถามในขณะนั้นนั่นแหละ เหมือนพระจูฬาภัยเถระผู้ทรงพระไตรปิฎก ได้ยินว่า พระเถระนั้นถูกเขาถามปัญหาแล้วย่อมตอบได้โดยรวดเร็ว มีเหตุผลอันถูกต้องและเหมาะสมด้วย.

บุคคลจำพวกที่ ๔ ถูกเขาถามปัญหาแล้วย่อมไม่เพ่งปัญหาให้ถูกต้องได้ ทั้งยังไม่อาจเพื่อจะห้ามด้วยถ้อยคำอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นดุจบุคคลผู้จมลงในความมืดทึบอันยิ่งเหมือนพระโลลุทายี. อรรถกถาบุคคลผู้เป็นธรรมกถึก ๔ จำพวก

เล่มที่ ๓๖ ธาตุกถา-ปุคคลบัญญัติ๓๙๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “จตุกกนิทเทส”