อีกประการหนึ่ง ในอธิการนี้ ท่านกล่าวคำอธิบายไว้ว่า บุคคลประกอบด้วยความรุ่งเรืองมีการเกิดในภายหลัง เพราะความถึงพร้อมด้วยตระกูล ๓ อย่าง คือกษัตริย์มหาศาล พราหมณมหาศาลและคหบดีมหาศาล ชื่อว่าโชติ ผู้รุ่งเรือง คือผู้สว่างมา และชื่อว่าโชติปรายโน แปลว่า ผู้สว่างไปข้างหน้า เพราะความเข้าถึงความเป็นผู้สว่าง คือการอุบัติขึ้นในภพสวรรค์ ด้วยสุจริตทั้งหลายมีกายสุจริตเป็นต้น.
บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยในคำว่า "ขตฺติยมหาสาลกุเล วา" เป็นต้น บทว่า "ขตฺติยมหาสาลา" ได้แก่ กษัตริย์ผู้มีทรัพย์อันเป็นสาระมาก คือว่ากษัตริย์ผู้ถึงพร้อมด้วยสาระแห่งสมบัติมาก.
ก็กษัตริย์เหล่าใดมีพระราชทรัพย์อย่างต่ำประมาณร้อยโกฏิอันเป็นทุนนอน และได้ตั้งขุมทรัพย์ไว้ ๓ หม้อกระทำให้เป็นกองในท่ามกลางเรือนเพื่อประโยชน์แก่การใช้สอย กษัตริย์เหล่านั้นชื่อว่าขัตติยมหาศาล. พราหมณ์เหล่าใดมีทุนทรัพย์ประมาณ ๘๐ โกฏิ ตั้งขุมทรัพย์ไว้หม้อครึ่งสำหรับใช้สอยในบ้าน พราหมณ์เหล่านั้นชื่อว่าพราหมณมหาศาล. คหบดีเหล่าใดมีทุนทรัพย์ ๔๐ โกฏิ ตั้งขุมทรัพย์ไว้หนึ่งหม้อกระทำให้เป็นกองในท่ามกลางเรือนเพื่อต้องการใช้สอยในบ้าน คหบดีเหล่านั้นชื่อว่าคหบดีมหาศาล.
อธิบายว่า บุคคลผู้รุ่งเรืองคือผู้สว่างมานั้น เกิดในตระกูลแห่งชนเหล่านี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที