บทว่า "สงฺขลิขิตํ" ได้แก่ พึงประพฤติพรหมจรรย์ให้เป็นเช่นกับสังข์ที่ลิขิตแล้ว คือให้มีส่วนเปรียบด้วยสังข์ที่ขัดดีแล้ว การประพฤติพรหมจรรย์นี้ บุคคลผู้อยู่ครองเรือนกระทำไม่ได้ง่าย การที่บุคคลผู้อยู่ในท่ามกลางเรือนไม่อาจประพฤติพรหมจรรย์ให้บริบูรณ์โดยสิ้นเชิงได้ ไฉนหนอ เราพึงปลงผมโกนหนวดนุ่งห่มผ้า ชื่อว่ากาสายะ เพราะความเป็นผ้าสีเหลืองที่ย้อมด้วยน้ำฝาดอันสมควรแก่บรรพชิต ผู้ประพฤติพรหมจรรย์แล้ว ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ผู้ไม่มีเรือน ดังนี้.
ก็ในอธิการนี้ กรรมมีกสิกรรมและพานิชกรรมเป็นต้น อันเป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่การครองเรือน ท่านเรียกว่า "อคาริยํ" แปลว่า ผู้ครองเรือน ก็กสิกรรมเป็นต้นนั้นไม่มีในบรรพชา เพราะฉะนั้น การบรรพชา บัณฑิตพึงทราบว่าเป็น "อนคาริยํ" แปลว่า ผู้ไม่ครองเรือน. การบวชนั้นจึงเป็นอนาคาริยะ.
บทว่า "ปพฺพเชยฺยํ" ได้แก่ พึงปฏิบัติ.
บทว่า "อปฺปํ วา" ความว่า กองโภคะต่ำกว่าหนึ่งพัน ชื่อว่ามีน้อย ตั้งแต่หนึ่งพันขึ้นไปชื่อว่ามีมาก.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที