บัดนี้ พระบรมศาสดา เมื่อจะทรงยังเนื้อความนั้นให้สำเร็จประโยชน์ ด้วยคำอุปมาจึงตรัสคำว่า "เสยฺยถาปิ" เป็นต้น. บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยในคำว่า "เสยฺยถาปิ" เป็นต้นนั้น.
สองบทว่า "ปกฺขี สกุโณ" ได้แก่ นกประกอบด้วยปีก. บทว่า "เฑติ" แปลว่า ย่อมบินไป.
ก็ในอธิการนี้มีเนื้อความโดยสังเขป ดังต่อไปนี้
ธรรมดาว่า นกทั้งหลายทราบว่า ต้นไม้ในประเทศโน้นมีผลสุก ก็พากันบินมาจากทิศต่างๆ แล้วพากันจิกเจาะทำลาย และจิกกินผลไม้ทั้งหลายแห่งต้นไม้นั้น ด้วยเล็บ ปีกและจะงอยปากเป็นต้นเคี้ยวกิน. ก็ความห่วงใยของนกเหล่านั้นว่า ผลนี้จักมีประโยชน์แก่พวกเราในวันนี้ ผลนี้จักมีประโยชน์แก่พวกเราในวันนี้ ผลนี้จักมีประโยชน์แก่พวกเราในวันพรุ่งนี้ ดังนี้ ย่อมไม่มี. ก็ครั้นเมื่อผลไม้หมดแล้ว พวกนกก็ไม่ตั้งอารักขาต้นไม้ไว้เลย คือหมายความว่า พวกนกเหล่านั้นจะไม่เอาปีก หรือเล็บ หรือจะงอยปากแตะต้องต้นไม้เพื่อต้องการรักษาไว้ ทีนั้นแล ฝูงนกผู้ไม่ห่วงใยในต้นไม้นั้นก็จะพากันไป นกตัวใดปรารถนาจะไปสู่ทิศภาคใด นกตัวนั้นก็มีแต่เพียงปีกเท่านั้นเป็นภาระแล้วก็โผบินไป ฉันใด ภิกษุนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน คือเป็นผู้ไม่ข้องไม่ห่วงใย ถือเอาเพียงบริขาร ๘ เท่านั้นแล้วก็หลีกไปด้วยประการฉะนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที