[๑๕๗] วลาหกูปเมสุ วลาหกาติ เมฆา. คชฺชิตาติ ถนิตา. ตตฺถ คชฺชิตฺวา โน วสฺสนภาโว นาม ปาปโก. มนุสฺสา หิ ยทา เทโว คชฺชติ, "สุวุฏฺฐิกา ภวิสฺสตี"ติ พีชานิ นีหริตฺวา วปนฺติ, อถ เทเว อวสฺสนฺเต เขตฺเต พีชานิ เขตฺเตเยว นสฺสนฺติ, เคเห พีชานิ เคเหเยว นสฺสนฺตีติ ทุพฺภิกฺขํ โหติ. โน คชฺชิตฺวา วสฺสนภาโวปิ ปาปโกว. มนุสฺสา หิ "อิมสฺมึ กาเล ทุพฺพุฏฺฐิกา ภวิสฺสตี"ติ นินฺนฏฺฐาเนสุเยว วปฺปํ กโรนฺติ, อถ เทโว วสฺสิตฺวา พีชานิ ๑- มหาสมุทฺทํ ปาเปติ, ทุพฺภิกฺขเมว โหติ. คชฺชิตฺวา วสฺสนภาโว ปน ภทฺรโก, ตทา หิ สุภิกฺขํ โหติ. โน คชฺชิตฺวา โน วสฺสนภาโว เอกนฺตปาปโกว.

ภาสิตา โหติ โน กตฺตาติ "อิทานิ ๒- คนฺถธุรํ ปูเรสฺสามี"ติ วา วิปสฺสนาธุรํ ปูเรสฺสามี"ติ วา กเถติเยว, ๒- น จ ปน อุทฺเทสํ คณฺหาติ, น กมฺมฏฺฐานํ ภาเวติ.

กตฺตา โหติ โน ภาสิตาติ ๓- "อิทานิ คนฺถธุรํ วา ปูเรสฺสามี"ติ "วิปสฺสนาธุรํ วา ปูเรสฺสามี"ติ น ภาสติ, ๓- สมฺปตฺเต ปน กาเล ตมตฺถํ สมฺปาเทติ. อิมินา นเยน อิตเรปิ เวทิตพฺพา. สพฺพมฺปเนตํ ปจฺจยทายเกเนว กถิตํ. เอโก หิ "อสุกทิวเส นาม ทานํ ทสฺสามี"ติ สํฆํ นิมนฺเตติ, สมฺปตฺเต กาเล โน กโรติ, อยํ ปุคฺคโล ปุญฺเญน ปริหายติ, ภิกฺขุสํโฆปิ ลาเภน ปริหายติ. อปโร สํฆํ อนิมนฺเตตฺวาว สกฺการํ กตฺวา "ภิกฺขู อาเนสฺสามี"ติ น ลภติ, สพฺเพ อญฺญตฺถ นิมนฺติตา โหนฺติ, อยมฺปิ ปุญฺเญน ปริหายติ, สํโฆปิ เตน ลาเภน ปริหายติ. อปโรปิ ปฐมํ สํฆํ นิมนฺเตตฺวา ปจฺฉา สกฺการํ กตฺวา ทานํ เทติ, อยํ กิจฺจการี โหติ. อปโร เนว สํฆํ นิมนฺเตติ, น ทานํ เทติ, อยํ ปาปปุคฺคโลติ เวทิตพฺโพ.

[๑๕๘] มูสิกูปเมสุ คาธํ กตฺตา โน วสิตาติ อตฺตโน อาสยํ พิลํ กูปํ ขนติ, โน ตตฺถ วสติ, กิสฺมิญฺจิเทว ฐาเน วสติ, เอวํ พิฬาราทิอมิตฺตวสํ

เล่มที่ ๓๖ ธาตุกถา-ปุคคลบัญญัติ๑๘๔

ที่มาและฉบับอื่นของ “จตุกกนิทเทส”