[๙๒] บุคคลมีราคะยังไม่ไปปราศแล้วในกามและภพ เป็นไฉน พระโสดาบันและสกทาคามีบุคคลเหล่านี้ เรียกว่าบุคคลผู้มีราคะ ยังไม่ไปปราศในกาม และภพ บุคคลมีราคะไปปราศแล้วในกาม แต่มีราคะยังไม่ไปปราศแล้วในภพ เป็นไฉน พระอนาคามีบุคคล นี้เรียกว่า บุคคลมีราคะไปปราศแล้วในกาม แต่มีราคะยังไม่ไป ปราศแล้วในภพ บุคคลมีราคะไปปราศแล้วในกามและภพ เป็นไฉน พระอรหันต์ นี้เรียกว่า บุคคลมีราคะไปปราศแล้วในกามและภพ

[๙๓] บุคคลเหมือนรอยขีดในหิน เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมโกรธอยู่เนืองๆ และความโกรธของเขานั้นแล ย่อมนอน เนื่องอยู่ตลอดกาลอันยาวนาน เหมือนรอยขีดในหิน ย่อมไม่เลือนไปได้ง่าย เพราะลมหรือ เพราะน้ำ ย่อมเป็นของตั้งอยู่ได้นาน ชื่อแม้ฉันใด บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมโกรธอยู่เนืองๆ และความโกรธของเขานั้นแล ย่อมนอนเนื่องอยู่ตลอดกาลยาวนาน ก็ฉันนั้น นี้เรียกว่า บุคคลเหมือนรอยขีดในหิน บุคคลเหมือนรอยขีดในแผ่นดิน เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมโกรธเนืองๆ แต่ความโกรธของเขานั้น ย่อมไม่นอน เนื่องอยู่ตลอดกาลยาวนาน เหมือนรอยขีดในแผ่นดิน ย่อมลบเลือนไปได้ง่าย เพราะลมหรือ เพราะน้ำ ไม่ตั้งอยู่ได้นาน ชื่อแม้ฉันใด บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมโกรธเนืองๆ แต่ความโกรธ ของเขานั้น ย่อมไม่นอนเนืองอยู่สิ้นกาลยาวนาน ก็ฉันนั้น นี้เรียกว่า บุคคลเหมือนรอยขีด ในแผ่นดิน บุคคลเหมือนรอยขีดในน้ำ เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกบุคคลว่ากล่าวแม้ด้วยถ้อยคำกระด้าง แม้ด้วยถ้อยคำหยาบคาย แม้ด้วยถ้อยคำไม่เป็นที่พอใจ ยังคงสนิทกัน ยังคงติดต่อกันยังคงชอบกัน เหมือนรอยขีด ในน้ำย่อมลบเลือนไปได้ง่าย ไม่ตั้งอยู่ได้นานชื่อแม้ฉันใด บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกบุคคล ว่ากล่าว แม้ด้วยคำกระด้างบ้างแม้ด้วยคำหยาบ แม้ด้วยคำไม่เป็นที่ชอบใจ ยังคงสนิทกัน ยังคงติดต่อกันยังคงชอบกัน ก็ฉันนั้น นี้เรียกว่า บุคคลเหมือนรอยขีดในน้ำ บรรดาบุคคลเหล่านั้น บุคคลเปรียบด้วยผ้าป่าน ๓ จำพวก เป็นไฉน

[๙๔] ผ้าป่าน ๓ ชนิด คือ ผ้าแม้ยังใหม่ที่มีสีไม่ดี นุ่งห่มก็ไม่สบายและมีราคาน้อย ผ้าแม้กลางเก่ากลางใหม่ที่มีสีไม่ดี นุ่งห่มก็ไม่สบายและมีราคาน้อย ผ้าแม้เก่าที่มีสีไม่ดี นุ่งห่มก็ไม่สบายและมีราคาน้อย คนทั้งหลาย ย่อมเอาผ้าแม้ผืน เก่าๆ ทำเป็นผ้าเช็ดหม้อข้าวบ้าง เอาผ้าเก่านั้นไปทิ้งเสีย ที่กองหยากเยื่อบ้าง

เล่มที่ ๓๖ ธาตุกถา-ปุคคลบัญญัติ๑๗๑

ที่มาและฉบับอื่นของ “ติกนิทเทส