นีวุตกถา
เล่มที่ ๓๗ · ข้อ ๑๕๒๓ · บรรทัด ๑๕๖๐๑
อ่านเนื้อความ
ตัวบทข้างล่างคัดมาจาก 84000.org ตามตำแหน่งที่ระบุไว้ข้างบน สลับฉบับได้จากปุ่ม ส่วนอรรถกถาและฉบับมหาจุฬาฯ อยู่ที่ต้นทาง
[๑๕๒๓] สกวาที บุคคลเป็นผู้มีจิตอันนิวรณ์ครอบงำแล้ว ละนิวรณ์ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. บุคคลเป็นผู้มีจิตอันราคะย้อมแล้ว ละราคะ เป็นผู้มีจิตอันโทสะประทุษ ร้ายแล้ว ละโทสะ เป็นผู้มีจิตหลงแล้ว ละโมหะ เป็นผู้มีจิตเศร้าหมอง แล้ว ละกิเลส หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลละราคะด้วยราคะ ละโทสะด้วยโทสะ ละโมหะด้วยโมหะ ละกิเลสด้วยกิเลส หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ราคะก็สัมปยุตด้วยจิต มรรคก็สัมปยุตด้วยจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นความประชุมแห่งผัสสะ ๒ ฯลฯ แห่งจิต ๒ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ราคะเป็นอกุศล มรรคเป็นกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ธรรมเป็นกุศลและธรรมเป็นอกุศล ธรรมมีโทษและธรรมไม่มีโทษ ธรรม เลวและธรรมประณีต ธรรมดำและธรรมขาวอันเป็นข้าศึกกันมาพบกัน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ธรรมเป็นกุศลและธรรมเป็นอกุศล ธรรมมีโทษและธรรมไม่มีโทษ ธรรม เลวและธรรมประณีต ธรรมดำและธรรมขาวอันเป็นข้าศึกกันมาพบกัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ๔ ประการนี้ ไกลกัน ไกลกันนัก ๔ ประการ เป็นไฉน ฟ้าและแผ่นดินนี้ ประการแรกที่ ไกลกัน ไกลกันนัก ฯลฯ เพราะฉะนั้น ธรรมของสัตบุรุษจึงไกลจาก อสัตบุรุษ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ธรรมที่เป็นกุศลและธรรมที่เป็นอกุศล ฯลฯ มาพบกัน น่ะสิ
[๑๕๒๔] ส. บุคคลเป็นผู้มีจิตอันนิวรณ์ครอบงำแล้ว ละนิวรณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ภิกษุนั้น ครั้นเมื่อจิตตั้งมั่นแล้ว เป็นจิต บริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลสเครื่องยั่วยวน มีอุปกิเลสปราศไปแล้ว เป็นจิตอ่อน ควรแก่การงาน ตั้งอยู่ ถึงความเป็นธรรมชาติไม่หวั่น ไหวแล้ว อย่างนี้ ย่อมน้อมจิตไป เพื่อญาณเป็นเครื่องสิ้นไปแห่ง อาสวะทั้งหลาย ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลเป็นผู้มีจิตอันนิวรณ์ครอบงำแล้ว ละ นิวรณ์
[๑๕๒๕] ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลเป็นผู้มีจิตอันนิวรณ์ครอบงำแล้วละนิวรณ์ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า เมื่อภิกษุนั้น รู้อยู่อย่างนี้ เห็นอยู่อย่างนี้ จิตย่อมหลุดพ้น แม้จากกามาสวะ ฯลฯ จิตย่อมหลุดพ้น แม้จาก อวิชชาสวะ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น บุคคลก็เป็นผู้มีจิตอันนิวรณ์ครอบงำแล้ว ละนิวรณ์น่ะสิ นีวุตกถา จบ. --------------- สัมมุขีภูตกถา
ฉบับหลวง เล่มที่ ๓๗ ข้อ ๑๕๒๓ หน้าที่ ๖๔๙ · ที่มา 84000.org
อรรถกถาของเล่มนี้ค้นได้ด้วย ⌘K แต่ไม่ได้พิมพ์ไว้ตรงนี้ เพราะสิ่งที่เก็บไว้เป็นอรรถกถาของทั้งเล่ม ไม่ใช่ของหัวข้อนี้โดยเฉพาะ — กดปุ่มอรรถกถาข้างล่างเพื่อไปยังจุดที่ตรงกับหัวข้อนี้ที่ 84000.org
หัวข้ออื่นในวรรคที่ ๑๓
- กัปปัฏฐกถาข้อ ๑๕๑๓ · บรรทัด ๑๕๔๔๓
- กุสลจิตตปฏิลาภกถาข้อ ๑๕๑๕ · บรรทัด ๑๕๕๐๐
- อนันตราปยุตตกถาข้อ ๑๕๑๘ · บรรทัด ๑๕๕๒๗
- นิยตัสสนิยามกถาข้อ ๑๕๒๑ · บรรทัด ๑๕๕๗๓
- สัมมุขีภูตกถาข้อ ๑๕๒๖ · บรรทัด ๑๕๖๕๒
- สมาปันโน อัสสาเทติกถาข้อ ๑๕๒๙ · บรรทัด ๑๕๗๐๒
- อสาตราคกถาข้อ ๑๕๓๑ · บรรทัด ๑๕๗๕๒
- ธัมมตัณหา อัพยากตาติกถาข้อ ๑๕๓๔ · บรรทัด ๑๕๗๘๕
- ธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถาข้อ ๑๕๔๓ · บรรทัด ๑๕๘๕๔