คำถามอีกเป็นของสกวาที คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.

คำว่า บุคคลเป็นผู้เสวยวิบากนั้น ได้แก่ ผู้เสวยของวิบากนั้นๆ ก็วิบาก ชื่อว่าพึงเสวย บุคคลมิใช่วิบาก ฉะนั้น ปรวาทีจึงปฏิเสธว่า ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลเป็นผู้เสวย. ถูกสกวาทีถามซ้ำอีก ก็ตอบรับรองว่า บุคคลเป็นผู้เสวยวิบาก เพราะความตั้งอยู่ในผลแห่งบุญ โดยหมายเอามารดาที่ปล่อยวางสละบุตร หรือภรรยาที่ปล่อยวางสละสามีเป็นผู้เสวยวิบาก ซึ่งเป็นการเสวยบุคคลเช่นนั้น.

คำถามว่า การทำซึ่งที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ฯลฯ แก่บุคคลนั้นๆ อธิบายว่า ถ้าว่า ความสืบเนื่องกันของบุคคลเป็นมาอย่างนี้ว่า วิบากที่สักแต่ความเป็นวิบากไม่มี มีแต่บุคคลเป็นผู้เสวยผลแห่งกรรมนั้นๆ ต่อๆ กันมา ดังนี้ไซร้ ครั้นเมื่อความเป็นอย่างนั้นมีอยู่ การกล่าวว่า การทำซึ่งที่สุดแห่งทุกข์โดยเหตุ อันไม่เป็นไปแห่งวิปากวัฏนี้นั้น ก็ย่อมไม่มีดังนี้.

ต่อจากนั้น พึงทราบเนื้อความในคำถามถึงผู้เสวยด้วยคำอันเป็นธรรมดาที่ว่า ท่านหยั่งเห็นได้ ข้างหน้านี้ โดยนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแหละ.

เล่มที่ ๓๗ กถาวัตถุ๑๒๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “กัลยาณวรรค”