ก็การละกิเลสได้โดยสิ้นเชิงของฌานลาภีบุคคลเหล่านั้นแม้ข่มไว้แล้วด้วยอนาคามิมรรคนั่นแหละมีอยู่ เพราะฉะนั้นคำซักถามของสกวาทีว่า ละกิเลสได้หมดสิ้น อีก การปฏิเสธเป็นของปรวาที เพราะไม่มีการละเช่นนั้น.

คำว่า ปุถุชนข่ม เป็นคำถามของสกวาที หมายเอาการข่มกิเลสไว้โดยไม่หมดสิ้นเท่านั้น. ต่อจากนี้ไป เป็นการเปรียบเทียบปุถุชนกับพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอนาคามิมรรค คำนี้มีเนื้อความตื้นทั้งนั้น.

เบื้องหน้าแต่นี้ถูกสกวาทีถามว่า ปุถุชนเป็นผู้ปราศจากความกำหนัดในกามทั้งหลายดำรงอยู่ในอนาคามิผล? ก็ตอบรับรองหมายเอาปุถุชนผู้เป็นพระอนาคามีด้วยฌาน. ถูกถามว่า ตั้งอยู่ในพระอรหัตตผลหรือ? ตอบปฏิเสธ เพราะไม่มีการละอุทธัมภาคิยสังโยชน์ด้วยมรรคอันเป็นเครื่องเห็น. ถูกถามว่า ยังมรรคทั้ง ๓ ให้เกิดไม่ก่อนไม่หลังกันหรือ? ก็ตอบปฏิเสธ เพราะไม่มีการเจริญเช่นนั้น. ถูกถามอีกว่า ยังมรรคทั้ง ๓ ให้เกิดไม่ก่อนไม่หลังหรือ? ก็ตอบรับรอง หมายเอาสภาวกิจแห่งมรรคทั้ง ๓.

แม้ในคำถามถึงสามัญญผลทั้งหลายก็นัยนี้เหมือนกัน.

เล่มที่ ๓๗ กถาวัตถุ๑๕๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “ชหติกถา”