ลำดับนั้น สกวาทีจึงกล่าวว่า เป็นผู้ประกอบด้วยผัสสะ ๒ อย่างเป็นต้น เพื่อท้วงด้วยคำว่า ถ้าบุคคลนั้นประกอบด้วยศีล ๒ คือโลกียศีลและโลกุตตรศีลในขณะเดียวกันได้ไซร้ เขาผู้นั้นก็พึงเป็นผู้ประกอบด้วยธรรมอย่างละ ๒ มีผัสสะ ๒ เป็นต้นได้ ดังนี้.

ปรวาทีเมื่อไม่เห็นนัยอันมีอย่างนั้นเป็นรูป จึงตอบปฏิเสธ.

ในปัญหาว่า เป็นผู้ประกอบด้วยศีลทั้งที่เป็นโลกียะและโลกุตตระ ปรวาทีจึงตอบรับรองหมายเอาโลกียศีลที่สมาทานแล้วในกาลก่อน และโลกุตตรศีลอันมีสัมมาวาจาเป็นต้น ที่เกิดขึ้นในขณะแห่งมรรค.

คำถามว่า เมื่อศีลอันเป็นโลกิยะดับไปแล้ว เป็นของปรวาที คำตอบรับรองของสกวาทีหมายเอาความดับ คือการดับในขณะ คือภังคขณะ ปรวาทีนั้น เมื่อกำหนดคำว่าศีลดับนั้นคล้ายกับมีการล่วงศีลอีก จึงถามว่า บุคคลผู้ทุศีล เป็นต้น.

เล่มที่ ๓๗ กถาวัตถุ๔๘๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “ทวีหิ สีเลหิ สมันนาคโตติกถา”