ลำดับนั้น สกวาทีเพื่อท้วงว่า ชื่อว่าพระอรหันต์เป็นผู้มีบุญและบาปอันละได้แล้ว ถ้าว่า พระอรหันต์พึงทำบุญบ้าง พึงทำบาปบ้างไซร้ ดังนี้ จึงกล่าวคำว่า พระอรหันต์มีการสะสมบาปหรือ ปรวาทีเมื่อไม่เห็นการทำกรรมมีปาณาติบาตเป็นต้น จึงตอบปฏิเสธ.

ในคำว่า พระอรหันต์ยังสร้างสมปุญญาภิสังขาร เป็นต้น ปรวาทีตอบปฏิเสธเพราะกรรมอันเป็นเหตุนำไปสู่ภพของพระอรหันต์ไม่มี.

ในคำว่า พระอรหันต์พึงให้ทาน เป็นต้น สกวาทีตอบรับรอง เพราะสภาพความเป็นไปแห่งทานเป็นต้นของพระอรหันต์มีอยู่ด้วยกิริยาจิต แต่ปรวาทีไม่ถือเอาจิตจึงให้ลัทธิของตนตั้งอยู่ด้วยการแสดงสักว่าเป็นเรื่องของการกระทำ. ถึงอย่างนั้น ลัทธินั้นก็ตั้งอยู่ไม่ได้เพราะตั้งไว้โดยอุบายอันไม่แยบคาย ด้วยประการฉะนี้แล. อรรถกถาอัตถิอรหโตปุญญูปจโยติกถา จบ.

เล่มที่ ๓๗ กถาวัตถุ๖๔๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อัตถิ อรหโต ปุญญูปจโยติกถา”