@๔ ฉ.ม. น สมฺมุติสจฺจวเสน, นาปิ อนุสฺสวาทิวเสน ๕ ฉ.ม. อยํ ปาโฐ น ทิสฺสติ ปรวาทิสฺส. โส หิ ตถารูปํ ปุคฺคลํ อนิจฺฉนฺโต อวชานาติ. ตตฺรายํ ปทจฺเฉโท:- น หิ เอวํ วตฺตพฺเพติ, น ห เอวนฺติปิ วฏฺฏติ. ทฺวินฺนมฺปิ เอวํ น วตฺตพฺโพติ อตฺโถ.
อาชานาหิ นิคฺคหนฺติ สกวาทีวจนํ. ยสฺมา เต ปุริมาย วตฺตพฺพปฏิญฺญาย ปจฺฉิมา นวตฺตพฺพปฏิญฺญา ปจฺฉิมาย จ ปุริมา น สนฺธิยติ, ตสฺมาปิ นิคฺคหํ ปตฺโต, ตํ นิคฺคหํ โทสํ อปราธํ สมฺปฏิจฺฉาหีติ อตฺโถ. เอวํ นิคฺคหํ อาชานาเปตฺวา อิทานิ ตํ ฐปนาย เจว อนุโลมปฏิโลมโต ปาปนาโรปนานญฺจ วเสน ปากฏํ กโรนฺโต หญฺจิ ปุคฺคโลตฺยาทิมาห. ตตฺถ หญฺจิ ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ ยทิ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ, สเจ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐ- ปรมตฺเถนาติ อตฺโถ. อยํ ตาว ปรวาทีปกฺขสฺส ฐปนโต นิคฺคหปาปนาโรปนานํ ลกฺขณภูตา อนุโลมฐปนา นาม. เตน วต เรติอาทิ อนุโลมปกฺเข นิคฺคหสฺส ปาปิตตฺตา อนุโลมปาปนา นาม. ตตฺถ เตนาติ การณวจนํ. วตาติ โอกปฺปนวจนํ. เรติ อามนฺตนวจนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ:- เตน วต เร วตฺตพฺเพติ วต เร ๑- หมฺโภ ภทฺรมุข เตน การเณน วตฺตพฺโพเยวาติ. ยํ ตตฺถ วเทสีติ อนุโลมปกฺเข นิคฺคหสฺส อาโรปิตตฺตา อนุโลมโรปนา นาม. ยญฺจสฺส ๒- ปริโยสาเน มิจฺฉาติ ปทํ, ตสฺส ปุรโต อิทนฺเตติ อาหริตพฺพํ. อิทนฺเต มิจฺฉาติ อยญฺเจตฺถ ๓- อตฺโถ, ปรโต จ ปาลิยํ เอตํ อาคตเมว.
โน เจ ปน วตฺตพฺเพติอาทิ "น เหวํ วตฺตพฺเพ"ติ ปฏิกฺขิตฺตปกฺขสฺส ฐปิตตฺตา ปฏิโลมโต นิคฺคหปาปนาโรปนานํ ลกฺขณภูตา ปฏิโลมฐปนา นาม. โน จ วต เรติอาทิ ปฏิโลมปกฺเข นิคฺคหสฺส ปาปิตตฺตา ปฏิโลมปาปนา นาม. ปุน ยํ ตตฺถ วเทสีติอาทิ ปฏิโลมปกฺเข นิคฺคหสฺส อาโรปิตตฺตา ปฏิโลมโรปนา นาม. อิธาปิ ปริโยสาเน มิจฺฉาติ ปทสฺส ปุรโต อิทนฺเตติ อาหริตพฺพเมว. ปรโตปิ เอวรูเปสุ ฐาเนสุ เอเสว นโย.