[๕๐๒] ส. ความไม่รู้ของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ยังมรรคให้เกิดแล้ว ฯลฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว ฯลฯ เพื่อ ละขาดซึ่งราคะ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าพระอรหันต์ยังโพชฌงค์ให้เกิด เพื่อละขาดซึ่งราคะ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ความไม่รู้ของพระอรหันต์มีอยู่

[๕๐๓] ส. ความไม่รู้ของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ยังมรรคให้เกิดแล้ว ฯลฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว ฯลฯ เพื่อละ ขาดซึ่งโทสะ ฯลฯ เพื่อละขาดซึ่งอโนตตัปปะ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าพระอรหันต์ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละขาดซึ่งอโนตตัปปะ ก็ ต้องไม่กล่าวว่า ความไม่รู้ของพระอรหันต์มีอยู่

[๕๐๔] ส. ความไม่รู้ของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์เป็นผู้ปราศจากราคะ โทสะ โมหะแล้ว ฯลฯ ทำให้แจ้งซึ่ง ธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าพระอรหันต์เป็นผู้ปราศจากราคะ โทสะ โมหะแล้ว ฯลฯ ทำให้ แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า ความไม่รู้ของพระ อรหันต์มีอยู่

[๕๐๕] ส. ความไม่รู้ของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ? ป. ความไม่รู้ของพระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตนมีอยู่ แต่ความไม่รู้ไม่มี แก่พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่น ส. ความไม่รู้ของพระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตนมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความไม่รู้ของพระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่นมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

เล่มที่ ๓๗ กถาวัตถุ๑๖๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “อัญญาณกถา