[๗๖๗] ส. บุคคลที่ ๘ ยังละอนุสัยคือทิฏฐิไม่ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ยังละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิไม่ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลที่ ๘ ยังละอนุสัยคือทิฏฐิไม่ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ยังละเครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉาไม่ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลที่ ๘ ยังละอนุสัยคือวิจิกิจฉา ฯลฯ สีลัพพตปรามาสไม่ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ยังละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิไม่ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลที่ ๘ ยังละสีลัพพตปรามาสไม่ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ยังละเครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉาไม่ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๗๖๘] ส. บุคคลที่ ๘ ละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิได้แล้ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ยังมรรคให้เกิดแล้ว เพื่อละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลที่ ๘ ละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิได้แล้ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ยังสติปัฏฐานให้เกิดแล้ว ฯลฯ ยังสัมมัปปธาน ฯลฯ ยังโพช ฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๗๖๙] ส. บุคคลที่ ๘ ละเครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉาได้แล้ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ยังมรรคให้เกิดแล้ว ฯลฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละ เครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉา หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๗๗๐] ส. บุคคลที่ ๘ ไม่ได้ยังมรรคให้เกิดเพื่อละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิอันบุคคลที่ ๘ ละได้แล้ว ด้วยธรรมที่มิใช่มรรค เป็นโลกิยะ เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลที่ ๘ ไม่ได้ยังสติปัฏฐาน ฯลฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละ เครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิอันบุคคลที่ ๘ ละได้แล้ว ด้วยธรรมที่มิใช่มรรค เป็นโลกิยะ เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

เล่มที่ ๓๗ กถาวัตถุ๒๔๔

ที่มาและฉบับอื่นของ “อัฏฐมกกถา