[๑๐๔๓] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ปฐวีกสิณปรากฏแก่ท่านผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์อยู่ เป็นดิน ล้วนเทียว หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ถ้าอย่างนั้น ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ ก็มีความรู้วิปริตน่ะสิ
[๑๐๔๔] ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ดินมีอยู่ และบางคนที่เข้าปฐวีกสิณจากดินก็มีอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ดินมีอยู่ และบางคนที่ถ้าปฐวีกสิณจากดินก็มีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต
[๑๐๔๕] ส. ดินมีอยู่ แต่ความรู้ของผู้เข้าปฐวีกสิณจากดิน เป็นความรู้วิปริต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. นิพพานมีอยู่ แต่ความรู้ของผู้เข้าสมาบัติมีนิพพานเป็นอารมณ์จากนิพพาน ก็เป็นความรู้วิปริต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์มีความ รู้วิปริต วิปรีตกถา จบ ----------------- นิยามกถา