[๑๒๗๘] ส. กาย เป็นรูป แต่กายกรรมเป็นอรูป หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มโน เป็นรูป แต่มโนกรรมเป็นอรูป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๗๙] ส. มโน เป็นอรูป มโนกรรมก็เป็นอรูป หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กาย เป็นอรูป กายกรรมก็เป็นอรูป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๘๐] ส. เพราะกายเป็นรูป ฉะนั้น กายกรรมจึงเป็นรูปหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะจักขายตนะ เป็นรูป ฉะนั้น จักขุวิญญาณ จึงเป็นรูป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะกายเป็นรูป ฉะนั้น กายกรรมจึงเป็นรูป หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะโสตายตนะ เป็นรูป ฉะนั้น โสตวิญญาณ จึงเป็นรูป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะกายเป็นรูป ฉะนั้น กายกรรมจึงเป็นรูป หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะฆานายตนะเป็นรูป ฉะนั้น ฆานวิญญาณ จึงเป็นรูป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะกายเป็นรูป ฉะนั้น กายกรรมจึงเป็นรูป หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะชิวหายตนะเป็นรูป ฉะนั้น ชิวหาวิญญาณ จึงเป็นรูป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะกายเป็นรูป ฉะนั้น กายกรรมจึงเป็นรูป หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะกายายตนะเป็นรูป ฉะนั้น กายวิญญาณ จึงเป็นรูป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๘๑] ส. รูป เป็นกรรม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวเจตนาว่า เป็นกรรม บุคคลคิดแล้วจึงทำกรรมด้วยกาย วาจา ใจ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า รูปเป็นกรรม