[๑๓๙๔] ส. จักขุวิญญาณ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักขุวิญญาณ ปรารภอดีตและอนาคต เกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. จักขุวิญญาณ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักขุวิญญาณปรารภผัสสะ ฯลฯ ปรารภจิต ฯลฯ ปรารภจักษุ ฯลฯ ปรารภกาย ฯลฯ ปรารภเสียง ฯลฯ ปรารภโผฏฐัพพะ เกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มโนวิญญาณ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี และมโนวิญญาณปรารภความ ว่างเปล่า เกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักขุวิญญาณ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี และจักขุวิญญาณปรารภความ ว่างเปล่า เกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มโนวิญญาณ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี และมโนวิญญาณปรารภอดีต และอนาคต เกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักขุวิญญาณ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี จักขุวิญญาณปรารภอดีตและ อนาคต เกิดขึ้นได้ ฯลฯ ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มโนวิญญาณ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี มโนวิญญาณปรารภผัสสะ ฯลฯ ปรารภจิต ปรารภจักษุ ฯลฯ ปรารภกาย ปรารภเสียง ฯลฯ ปรารภ โผฏฐัพพะ เกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักขุวิญญาณ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี จักขุวิญญาณปรารภผัสสะ ฯลฯ ปรารภโผฏฐัพพะ เกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๙๕] ป. ไม่พึงกล่าวว่า วิญญาณ ๕ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เห็นรูปด้วยจักษุ เป็นผู้ยึดถือนิมิต ฯลฯ ไม่เป็นผู้ยึดถือนิมิต ฯลฯ ฟังเสียงด้วยโสต ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย เป็นผู้ยึดถือนิมิต ฯลฯ ไม่เป็นผู้ถือนิมิต ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น วิญญาณ ๕ ก็เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี น่ะสิ ปัญจวิญญาณา กุสลาปีติกถา จบ -------------------- ปัญจวิญญาณา สาโภคาติกถา