[๑๕๓๘] ส. ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความโลภพระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นอกุศล และธัมมตัณหาก็เป็นความ โลภ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ความโลภพระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นอกุศล และธัมมตัณหาก็ เป็นความโลภ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต
[๑๕๓๙] ส. โลภะคือธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โลภะคือรูปตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โลภะคือธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โลภะคือสัททตัณหา ฯลฯ คือโผฏฐัพพตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๕๔๐] ส. โลภะคือรูปตัณหาเป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โลภะคือธัมมตัณหาเป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โลภะคือสัททตัณหา ฯลฯ คือโผฏฐัพพตัณหาเป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โลภะคือธัมมตัณหาเป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๕๔๑] ส. ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ตัณหานี้ใด ทำความเกิดอีก เป็นไปกับ ด้วยความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลิดเพลิน เพลิดเพลินยิ่งใน อารมณ์นั้นๆ ตัณหาดังกล่าวนี้ คือ กามตัณหา ภวตัณหา วิภว ตัณหา ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต